ประวัติ แม่ชีแก้ว เสียงล้ำ (แม่ชีอรหันต์) บ้านห้วยทราย ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร

 

.....แม่ชีแก้วที่อยู่บ้านห้วยทรายนี้
เป็นลูกศิษย์ดั้งเดิมของท่านอาจารย์มั่น
ตั้งแต่เป็นสาวโน่นนะ
แกภาวนาเป็นตั้งแต่ยังสาวโน่น ”

..........ความรู้ของคุณแม่แก้ว แปลกพิศดารมาก
ความสำคัญที่สุด เรียกได้ว่าไม่พลาดเลย
ไม่มีพลาด แม่นยำ ไม่เคลื่อนเลย ”

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี






ประวัติคุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ

ชาติภูมิของท่านเป็นคนบ้านห้วยทรายโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๔ ณ บ้านห้วยทราย ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร เป็นบุตรของ ขุนธรรมรังสี (ซ้น เสียงล้ำ) กับนางด่อน เสียงล้ำ นามเดิมของท่านคือ นางตาไป่ เสียงล้ำ แต่งงานกับนายบุญมา เสียงล้ำ เมื่ออายุได้ ๑๗ ปี อยู่ด้วยกันมา ๑๙ ปี โดยไม่มีบุตรด้วยกัน


ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๖๐ ท่านพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล กับพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต กับ พร้อมคณะอันมีพระอาจารย์ขาว อนาลโย พระอาจารย์ชอบ ฐานสโม พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระอาจารย์เทสก์ เทสรํงสี พร้อมพระภิกษุสามเณร ประมาณ ๖๐ - ๗๐ รูป ได้เดินธุดงค์มา พำนักที่บริเวณวัดหนองน่อง ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสำนักชีแห่งนี้ ห่างประมาณ ๑ กิโลเมตร หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้อบรมสั่งสอนญาติโยมในละแวกหมู่บ้านใกล้เคียง โดยแนะนำสั่งสอนให้นั่งภาวนาพุทโธและพิจารณาร่างกายของตนเอง ว่าไม่มีความเที่ยงแท้แน่นอน มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย ตามสังขารด้วยกันทุกคน ท่านเป็นคนหนึ่งที่ได้ไปรับฟังคำสั่งสอนในครั้งนั้น (อายุได้ ๑๖ ปี) เผอิญในคืนนั้น เวลาประมาณ ๒๑.๐๐ น. ท่านได้บำเพ็ญภาวนาตามคำสอนของ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต จิตของท่านได้สงบเงียบไปเลยเป็นนิมิตเกิดขึ้นท่านเห็นตัวของท่านเองนอนตายได้นิมนต์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต และพระสงฆ์มาสวดมาติกา ตามนิมิตของท่าน จนกระทั่งเวลาประมาณ ๐๔.๐๐ น. ท่านตื่นจากนิมิต ใจพะวงว่าใครหนอจะนึ่งข้าวใส่บาตร ขณะนั้นใจของท่านอิ่มเอิบเป็นที่สุด


ในคราวต่อมาท่านพร้อมด้วยชาวบ้านได้เข้าไปฟังเทศนาจากหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต อีกพอได้โอกาสท่านได้เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นให้หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ฟัง หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้บอกว่าเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องแล้วในระดับเบื้องต้น ต่อมาท่านก็ได้ปฏิบัติมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งคณะของหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้ลาญาติโยมเพื่อจะไปธุดงค์ในถิ่นอื่น ๆ ก่อนจากไปได้ปรารภกับคุณย่าว่า “หากเจ้าเป็นผู้ชาย เราจะให้บวชเณรและติดตามไปด้วย นี่เจ้าเป็นหญิง ไปด้วยก็ลำบาก และได้สั่งว่าให้หยุดภาวนาตั้งแต่นี้ต่อไป ให้ใช้กรรมไปตามประสาโลก ๆ” ครูบาอาจารย์รุ่นหลัง ๆ ได้สันนิษฐานว่า ที่หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ให้หยุดภาวนานั้นเพราะเป็นจิตที่โลดโผน ถ้ามีผู้แนะนำที่ดี ก็จะไปได้ดี ถ้าไม่มีผู้แนะนำ อาจจะทำให้เสียคนไปก็ได้


ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๖๑ ท่านได้แต่งงานอยู่กินกันมาจนถึงปี พ.ศ. ๒๔๘๐ ท่านได้ขออนุญาตกับสามีว่าต้องการจะบวช ฝ่ายสามีพยายามทัดทานอ้อนวอนหลายครั้ง หลายคราก็ไม่เป็นผลสำเร็จและในที่สุดความตั้งใจอันแน่วแน่ของท่านก็บรรลุผล ท่านได้เข้าบวชเป็นชีตามปรารถนา โดยมี พระอาจารย์คำพัน กันตสีโล เป็นอุปัชฌาย์ที่วัดหนองน่อง ต่อจากนั้นได้ติดตามพระอาจารย์คำพัน กันตสีโล ไปอยู่ที่วัดภูเกล้า (ห่างจากสำนักชีแห่งนี้ไปทางทิศใต้ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร) ท่านอยู่ที่ วัดภูเกล้ากับเพื่อนชีด้วยกัน ๔ คน กับพระอีก ๖ รูป


ท่านได้บำเพ็ญภาวานาอยู่ที่นั่นจนเกิดความรู้แปลก ๆ ต่าง ๆ หลายอย่างที่ไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นมาก่อน ท่านอยู่ที่นั่นได้ ๘ ปี เผอิญในเวลาต่อมาพระอาจารย์คำพันได้ลาสิกขาบท ท่านกับคณะแม่ชีได้พากันกลับมาที่บ้านห้วยทรายและได้พูดกับญาติพี่น้องลูกหลานตั้งสำนักชีแห่งนี้ขึ้นใน ปี พ.ศ. ๒๔๘๘ และเป็นสำนักชีแห่งแรกที่ไม่มีพระภิกษุอาศัยอยู่ด้วยแต่แม่ชีก็ยังปฏิบัติธรรมอย่างเดียว ท่านได้ไปกราบหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ที่อำเภอ พรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เป็นครั้งคราวแล้วกลับมาจำพรรษาที่วัดนี้ตลอดเวลา ครั้ง พ.ศ. ๒๔๙๒ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้มรณะภาพที่ วัดป่าสุทธาวาส จังหวัดสกลนคร ท่านพร้อมกับชาวบ้านได้พากันไปร่วมงานฌาปนกิจศพด้วย


พ.ศ. ๒๔๙๗ พระอาจารย์มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี ได้จาริกเดินธุดงค์มาถึงบ้านห้วยทราย และได้พาคณะพระภิกษุและสามเณรมาจำพรรษาที่ วัดป่า บ้านห้วยทราย แต่ตัวของพระอาจารย์มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน กับสามเณรอีก ๑ รูป ได้ขึ้นไป จำพรรษาที่ถ้ำนกแอ่น ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านห้วยทรายไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๒ กิโลเมตร ในช่วงที่จำพรรษานั้น ท่านคุณย่าขึ้นไปฟังเทศน์จากหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน เป็นครั้งคราว ท่านหลวงตาได้ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม บำเพ็ญเพียรภาวนา ทั้งหมดให้ท่านคุณย่าตลอดการจำพรรษาที่ วัดป่าบ้านห้วยทราย ตลอด ๔ พรรษา


ต่อมาหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ได้ปรารถถึงโยมมารดาที่บ้านตาด จังหวัดอุดรธานี ว่าท่านคุณย่าเป็นผู้ที่เหมาะสมที่จะอบรมถ่ายทอดความรู้อบรมธรรมะให้มารดาของท่านได้ เพราะเป็นหญิงด้วยกัน ต่อมาท่านคุณย่าพร้อมคณะอีก ๒ ท่านได้เดินไปจังหวัดอุดรธานีตามที่ พระอาจารย์มหาบัวต้องการ ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๙๘ แล้วท่านก็ได้บวชโยมมารดาของ ท่านหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน สมความตั้งใจของหลวงปู่จากนั้นหลวงปู่มหาบัวได้พาคณะสงฆ์และแม่ชีไปจำพรรษาที่ วัดสถานีทดลอง จังหวัดจันทบุรี เวลาได้ ๑ พรรษาโยมมารดาของ หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน อยากกลับภูมิลำเนาเดิม ซึ่งหลวงตาก็ได้อนุญาตและได้พาคณะกลับมาสร้าง วัดป่าบ้านตาด อันเป็นภูมิลำเนาเดิมในปี พ.ศ.๒๔๙๙ ท่านคุณย่าได้จำพรรษาอยู่ที่ วัดป่าบ้านตาดกับโยมมารดา หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน จนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๐ เมื่อเป็นเวลาอันสมควร ท่านคุณย่าได้กราบลาหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน กลับภูมิลำเนาเดิมที่บ้านห้วยทรายและได้บำเพ็ญเพียร ภาวนา อบรม สั่งสอนชาวบ้านตลอดมาและมีสานุศิษย์อย่างกว้างขวางทั้งใกล้และไกลด้วยความเลื่อมใสศรัทธา


ครั้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ ท่านคุณย่าได้ป่วยด้วยโรคประจำตัว และมีคุณหมอเจริญและคุณหมอบุญเลี่ยม วัฒนสุชาติ จากกรุงเทพฯ ได้นำคุณย่าไปรักษาที่โรงพยาบาลพร้อมมิตร กรุงเทพฯ ระยะหนึ่ง อาการของคุณย่าหายเป็นปกติจึงได้กลับบ้านห้วยทราย


ต่อมากอาการป่วยของท่านคุณย่าก็มีเป็นครั้งคราวได้มี คุณหมอเพ็ญศรี มกรานนท์ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กรุงเทพฯ ได้ขึ้นมากราบ หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน และกราบคุณย่าเป็นครั้งคราว เห็นว่าท่านคุณย่าสมควรได้รับการดูแลและรักษาอย่างใกล้ชิด พร้อมนี้คุณหมอเพ็ญศรี ท่านก็ต้องการปฏิบัติธรรมด้วยจึงได้ลาออกจากราชการมาดูแลและเฝ้ารักษาท่านคุณย่า จนถึงวาระสุดท้าย นับเป็นเวลา ๑๔ ปี


จนกระทั่ง วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๓๔ เวลา ๐๙.๒๕ น. ท่านก็ได้จากไปด้วยอาการอย่างสงบ สิริอายุรวมได้ ๙๐ ปี และรวมเวลาที่บวชชีเป็นเวลา ๕๔ พรรษา


ตลอดเวลา ๕๔ พรรษาที่ท่านได้อยู่ในการบวชเป็นชีนั้น ท่านคุณย่าของเราได้บำเพ็ญเพียรภาวนา ปฏิบัติธรรม โดยสม่ำเสมอตลอดมา มิได้เคยประพฤติผิดในครองชีเพศเลย ด้วยอานิสงส์แห่งการบำเพ็ญเพียร ภาวนา ปฏิบัติธรรมอันแน่วแน่ของท่านคุณย่านี้ ทำให้ท่านคุณย่าของเราได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากสาธุชนโดยทั่วไปเป็นจำนวนมากได้มาให้ความเคารพกราบไหว้มิได้ขาดสาย บัดนี้ท่านคุณย่าได้จากเราไปแล้ว คงเหลือแต่คุณงามความดี และแนวปฏิบัติที่ท่านเพียรพยายามทำไว้ให้เป็นอนุสรณ์แก่พุทธศาสนิกชนสืบไป

(จากธรรมานุสรณ์ : วันฌาปนกิจคุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ)



..................................................





• แม่ชีแก้ว เสียงล้ำ

นามเดิม ตาไป่ เสียงล้ำ

บิดา ขุนธรรมรังสี (ซ้น เสียงล้ำ)

มารดา นางด่อน เสียงล้ำ

เกิด เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๔๔ ณ บ้านห้วยทราย ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร

ศึกษาอบรมธรรม
เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐ พระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล กับพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต พร้อมด้วยลูกศิษย์มีพระอาจารย์ขาว อนาลโย พระอาจารย์ชอบ ฐานสโม พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระอาจารย์เทสก์ เทสฺรํสี พร้อมพระภิกษุสามเณร ประมาณ ๗๐ รูป เดินธุดงค์มาบริเวณใกล้บ้านคุณแม่ชีแก้ว (ขณะนั้นอายุ ๑๖ ปี)
พ.ศ. ๒๔๘๑ บวชชีที่วัดหนองน่อง บ้านห้วยทราย อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร
พ.ศ. ๒๔๙๔ – ๒๔๙๗ พระอาจารย์มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ได้มาจำพรรษาที่บ้านห้วยทราย คุณแม่ชีแก้ว ได้รับการอบรมธรรมและอุบายธรรมจนถึงที่สุดแห่งการปฏิบัติและเป็นแม่ชีที่ พระอาจารย์มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน ยกย่องว่า “สามารถรู้วาระจิตของผู้อื่น”

มรณะ วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๓๔ เวลา ๐๙.๒๕ น. สิริอายุรวม ๙๐ ปี บวชเป็นชี ๕๔ พรรษา หลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน เป็นประธานประชุมเพลิง คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ ซึ่งจัดขึ้นอย่างสมถะเรียบง่ายแต่คลาคล่ำไปด้วย พระกรรมฐาน หลังประชุมเพลิงเสร็จไม่นานอัฐิท่านกลายเป็นพระธาตุ

•แม่ชีอรหันต์
รู้เหตุการณ์ในอดีต อนาคต เปรต ภูตผี เทวดา และพวกกายทิพย์
ผู้เฒ่าแม่แก้วอัฐิเป็นพระธาตุแล้ว ผู้เฒ่านี้ถ้าพูดตามหลักความจริงก็ผ่าน (สิ้นกิเลส) มาหลายปีแล้วนี่นะ ถ้าจำไม่ผิดเราว่าตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๕ นู้น นานเท่าไร


......................................................





ประวัติชีวิต คติธรรม ปฏิปทา ของ
คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ

๑ . นามเดิม ตาไป่ เสียงล้ำ
มีความหมายว่า ผู้คนมากมายมองมาเป็นสายตาเดียวกัน
จุดรวมของเหล่าสายตา
จุดรวมของการจ้องมอง
ทั้งนี้เพราะผู้ถูกมองมีคุณสมบัติ มีคุณธรรม มีความดี หรือมีรูปสมบัติ อีกอย่างก็ตั้งชื่อให้สอดคล้องกับนามของบิดาของคุณแม่ชื่อ นาย ตาซ้น ภายหลังได้ชื่อยศทางราชการเจ้านายยุคสมัยนั้นตั้งชื่อให้ว่า “ขุนธรรมรังสี” มารดาชื่อ นางด่อน เสียงล้ำ

๒ . เกิดเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๔๔๔
ณ บ้านห้วยทราย ต.คำชะอี อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เดิมเป็นอำเภอมุกดาหาร จังหวัดนครพนม ต่อมาอำเภอมุกดาหาร ได้ยกฐานะเป็นจังหวัด จึงขึ้นกับจังหวัดมุกดาหาร

๓ . ต้นตระกูล เป็นชนชาวภูไท อันเป็นชนเผ่ารักสงบ ชอบอิสระ มีความภาคภูมิในความเป็นไท และนับถือเชื้อสายญาติพี่น้องชนเผ่าเดียวกัน แม้อยู่ไกลกัน ก็ยังนับไล่เลียงลำดับสายเครือญาติเดียวกัน อีกทั้งนับเป็นชนเผ่า ที่มีขนบธรรมเนียมประเพณี ที่เป็นตัวของตัวเอง รักสามัคคี กตัญญู

ชาวภูไท บ้านห้วยทรายเป็นต้นตระกูล เชื้อเจ้าภูไท ทางฝ่ายหญิง คือ ทางฝ่ายเจ้าแก้ว ผู้พี่สาวของเจ้ากล่ำ และเจ้าก่า
ด้วยพื้นเพของต้นตระกูลฝ่ายหญิง จึงแสดงออกซึ่งความรักสงบ ความคิดเฉียบแหลม ปัญญาคม เด็ดเดี่ยว รักญาติพี่น้อง ตั้งมั่นอยู่ในความยุติธรรม เพราะจะเห็นได้จากคำของคนคนเฒ่าโบราณ ว่าแต่ก่อนพากันนับถือผีหิ้งผีหอ ผีทะดา เพราะเชื่อกันว่า ผีเหล่านั้นเป็นผีปู่ผีย่า ปู่สังกับสาย่าสังกับสี มีการเซ่นสรวง บูชานับถือเป็นสรณะที่พึ่งของชนเผ่า

ต่อมาเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. ๒๔๕๗ – ๒๔๖๐ หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล พร้อมคณะสงฆ์หมู่หนึ่งได้มาจำพรรษา โปรดผู้คนในแถบถิ่นนี้ ในครั้งนั้น เรียกพระสงฆ์หมู่แรกที่มาเยือนบ้านห้วยทรายว่า “พระอัสดงค์” หรือ “พระหัสดงค์” ซึ่งองค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล ก็ให้ความหมายว่า “พระสงฆ์ สามเณรผู้ทำความดับทุกข์อยู่เสมอตลอดเวลา”

ด้วยเหตุนี้จึงได้รับเมตตาธรรมกรุณาธรรม จากพระปฐมจารย์ของชาวบ้านห้วยทราย
องค์ท่านได้แนะนำให้การศึกษาอบรม แจกจ่ายอุบายธรรมให้เรียนรู้ในข้อประพฤติปฏิบัติจึง ได้พากันเปลี่ยนแนวคิด ตลอดจนเปลี่ยนขนบประเพณีดั้งเดิมมาเป็นการนับถือพุทธศาสนาแทนการถือผีสางมลางบรรพ์ ทั้งนี้เพราะเห็นว่าดีกว่า เหมาะสมกว่า มีเหตุมีผล นำความสงบสุขมาสู่หมู่ตน และเป็นผลเป็นประโยชน์ต่อไปในภายภาคหน้า

ด้วยเหตุนี้เอง บิดามารดาคนเฒ่าคนแก่ ชาวบ้านห้วยทรายในยุคสมัยนั้น จึงละทิ้งเผาผีหิ้ง ผีหอมานับถือพระไตรสรณคมณ์ เป็นแก่นเป็นหลักของใจ เป็นที่ระลึก เป็นที่พึ่ง เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตจิตใจ

แม้ว่าในยุคสมัยแรก ๆ นั้นมีผู้ปัญญาน้อยนั้น คิดอ่านแบบเดิม ยังจะต่อต้าน หรือแสดงการปฏิเสธแนวของพุทธศาสนา โดยองค์หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล อยู่บ้าง ก็เป็นธรรมดาของสัตว์โลกผู้โมห์เมามืดเมาหลงอยู่

ในครั้งนั้น วิถีชีวิตของชาวบ้านคนเฒ่าคนแก่ เปลี่ยนแปลงไปมากที่สำคัญ คือ ทำให้เกิดสำนักสงฆ์แห่งใหม่เกิดขึ้น โดยอยู่ทางใต้ของหมู่บ้าน ตั้งอยู่กลางดอนทุ่งนา เรียกชื่อกันว่า วัดหนองน่อง มีหมู่พระกรรมฐานตามมาอีกมากมายที่สุด ๖๐ – ๗๐ รูป

ต้นตระกูลของคุณแม่แก้ว เสียงล้ำ ต้นตระกูลของ หลวงปู่จาม มหาปุญโญ จึงเรียกได้ว่าเป็นตระกูลสัมมาทิฏฐิ มีศรัทธา อย่างมั่นคงแรงกล้าในปฏิปทาของพระธุดงค์กรรมฐาน ผู้วางแนวทางสัมมาทิฏฐิ สืบมาจนปัจจุบัน

คุณย่าแก้ว เคยเล่าว่า “เป็นเด็กน้อยก็ไปส่งจังหัน เตรียมของใส่บาตร ช่วยดายหญ้าวัด ช่วยตักน้ำช่วยหาฟืน ทำทุกอย่างแล้วแต่คนเฒ่าท่านจะใช้ให้ช่วยทำอะไร”

ทั้งนี้เพราะบิดามารดาของท่านเป็นผู้อุปัฏฐากดูแลพระธุดงค์กรรมฐานหมู่นี้อันมี องค์หลวง ปู่เสาร์ กนฺตสีโล เป็นประธานสงฆ์อยู่

หลวงปู่จาม มหาปุญโญ เล่าว่า “เรือนของบ่าวตาซ้น เรือนหนึ่ง เรือนของพ่อออกแม่ออกเรือนหนึ่ง เรือนของบ่าวพรหมาเรือนหนึ่ง สามเรือนนี้เป็นตัวตั้งในการดูแลสร้างวัดหนองน่อง ทำร้านนอน ร้านน้ำ หอฉัน ทางจงกรม ที่พักของพระเณร เพิ่นครูอาจารย์เสาร์มาอยู่ก่อนเพิ่นครูอาจารย์มั่น ๒ – ๓ ปี เพิ่นครูอาจารย์มั่น มาอยู่ทีหลัง”

คุณย่าแก้ว เคยเล่าว่า “เราเป็นเด็กน้อย เป็นผู้หญิง ไปวัดก็ต้องไปกับพ่อกับแม่ เข้าใกล้ พระเณรนักก็มิได้ แม้แต่นั่งฟังเทศน์ธรรม ก็นั่งอยู่ห่าง ๆ พอได้ยิน อัญญาท่านเสาร์เพิ่นสอนให้ไหว้พระสวดมนต์ ให้แผ่เมตตา ให้รู้จักทำบุญให้ทาน สอนให้รู้ในข้อปฏิบัติของพระธุดงค์ ว่าควรทำอะไรบ้างจึงไม่ผิดพระวินัย การปฏิบัติระหว่างกันของพระเณรกับญาติโยม ลูกหลานก็คนเฒ่าพ่อแม่สอนให้ไหว้พระสวดมนต์แผ่เมตตาก่อนนอน แม้บางครั้งลูกเล็กเด็กน้อยป่วยนานหาย เข้าหา อัญญาท่านเสาร์ ท่านก็ว่า “สูเจ้าไม่ไหว้พระสวดมนต์ก็อยู่ไม่สบายอย่างนี้ ให้รู้จักไหว้พระก่อนนอนก่อนตื่น ระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ก็จักหายได้” ก็นับเป็นอัศจรรย์อยู่บ้าง อาการป่วยไข้ของลูกเล็กเด็กน้อยก็หายไปได้”

อาจจะเป็นด้วยเหตุนี้ก็ได้ที่เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ไม่ชอบพระอัสดงค์ก็ว่าพระธุดงค์หมู่นี้เป็นผียักษ์เชื้อมาร จะมากินเด็กน้อยให้ล้มตายไป

แต่ในที่สุดก็มิได้เป็นเช่นนั้นพอเด็กเล็กหายจากป่วยไข้เพราะผู้เป็นพ่อเป็นแม่ ทิ้งผี มานับถือพระ



.............................................




ประวัติชีวิต คติธรรม ปฏิปทา ของ คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ

ถ่ายทอดโดย คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ

ให้พากันละบาปและบำเพ็ญบุญ
อย่าให้เสียชีวิตลมหายใจไปเปล่า
เพราะได้มีวาสนาเกิดมาเป็นคนแล้ว

เขาสิเชื่อความดีที่เฮาเฮ็ด
หลายกว่าคำสอนที่เฮาเว้าเฮาสอน

ข้อยเฮ็ดให้เบิ่งยังบ่เบิ่ง
เทศน์ให้หมู่เจ้าฟัง หมู่เจ้าสิฟังอยู่บ๊อ

ปฏิบัติให้เบิ่งอยู่ทุกมื้อ
เฮ็ดหยังคือ บ่เฮ็ดตาม

ดีก็รู้อยู่แล้ว ชั่วก็รู้อยู่แล้ว
จะเอาอิหยังมาว่ามาสอนอีก

ดีกับชั่วมันมีอยู่ในโลกนี้
หนีไปจากโลกสงสารนี้แล้วกะไม่มีดีไม่มีชั่ว

เกิดมาเป็นคน
อย่าเอาคลองสัตว์มาประพฤติ
เพราะ เฮาจะตกต่ำกว่าสัตว์ไปอีก
อย่าพากันทำ

อย่าเฮ็ดความชั่ว
ให้ทำความดี
นั่งสมาธิ เดินจงกรม ปฏิบัติเจ้าของ

จะให้ทานมากหลายท่อใด๋
กะสู้บวชเป็นชีเป็นขาวรักษาศีลอุโบสถบ่ได้

รักษากายให้บริสุทธิ์
รักษาวาจาให้บริสุทธิ์
รักษาใจให้บริสุทธิ์ เด้อ หมู่เจ้าทั้งหลายทุกคน

ให้ภาวนา “พุทโธ” - “พุทโธ”

ให้พากให้เพียรกับเจ้าของ

ตั้งใจให้ดี ตั้งสติให้ดี

เกิดกับตายเป็นของคู่กัน
อย่าลืมตาย

อันใด๋ที่เฮาเฮ็ด
มันมีน้ำหนักกว่าคำเว้า

ขนฺติ อด
ขนฺติ ทน
เป็นไฟเผาบาป



ผู้ส่ง : ศิษย์กรรมฐาน
[11.3.2549 | 21:50]

 




 
1  




ขอเชิญร่วมทำบุญสร้างเจดีย์คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ อุบาสิกาอรหันต์ในยุคปัจจุบัน จะประดิษฐาน ณ สำนักชีห้วยทราย อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ดูแลการก่อสร้างโดยท่านพระอาจารย์อินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างไปได้ระยะหนึ่งแล้ว กำหนดจะแล้วเสร็จในปี 2549

สามารถร่วมบุญได้โดยการโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารทหารไทย

“ วัดป่านาคำน้อยสร้างเจดีย์คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ ”

เลขที่บัญชี 362-2-32364-4

........................................................

กำหนดการพิธีเปิดเจดีย์ศรีไตรรัตนานุสรณ์ คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ
สำนักชีบ้านห้วยทราย อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร วันที่ 20-21 พฤษภาคม 2549
โดยมีหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี เป็นประธานในพิธีและแสดงธรรม

วันเสาร์ที่ 20 พฤษภาคม 2549
เวลา 15.30 น. เจดีย์ศรีไตรรัตนานุสรณ์ คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ สำนักชีบ้านห้วยทราย อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร เป็นประธานแสดงพระธรรมเทศนาและรับผ้าป่าฯ พักค้างคืนที่นี่

วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม 2549
เวลา 07.00 น. สำนักชีบ้านห้วยทราย อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร รับบิณฑบาต ฉันจังหันเช้า และประกอบพิธีบรรจุอัฐิธาตุ คุณแม่ชีแก้ว เสียงล้ำ เวลา 10:00 น. เสร็จแล้วเดินทางกลับวัดป่าบ้านตาด

ผู้ตอบ :  ศิษย์กรรมฐาน [11.3.2549 | 22:10]

 

 
2  

ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมทำบุญในงานเปิดเจดีย์ศรีไตรรัตนานุสรณ์ 20-21 พ.ค. ที่ผ่านมา
รู้สึก ดีใจ เป็นอย่างยิ่ง ที่แม่ชี ซึ่งเป็นตัวแทนของสตรี ก็สามารถบรรลุมรรคผลได้
น่าจะเป็นกำลังใจให้กับ ผู้หญิงทั่วๆไป
สิริชัย

ผู้ตอบ :  สิริชัย [25.5.2549 | 11:07]

 

 
3  

ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมทำบุญในงานเปิดเจดีย์ศรีไตรรัตนานุสรณ์ 20-21 พ.ค. ที่ผ่านมา
รู้สึก ดีใจ เป็นอย่างยิ่ง ที่แม่ชี ซึ่งเป็นตัวแทนของสตรี ก็สามารถบรรลุมรรคผลได้
น่าจะเป็นกำลังใจให้กับ ผู้หญิงทั่วๆไป
สิริชัย

ผู้ตอบ :  สิริชัย [25.5.2549 | 11:08]

 

 
4  

สาธุ
สาธุ
สาธุ

ผู้ตอบ :  สิริชัย [25.5.2549 | 11:11]

 

 
5  

ต้นตระกูลผมอยู่ที่ บ้าน ห้วยทราย ผม ใช้ นามสกุล เสียงล้ำ เหมือนท่านแม่ชีแก้วแต่ไม่ได้ไปที่นั่นนานแล้ว คุณตาผม ชื่อ คูณ เสียงล้ำ ยาย ชื่อ เกิน เสียงล้ำ ยาย เสียชีวิตแล้วหลายปี ตา อยู่ที่ บ้านห้วยทราย ผม มาอยู่กรุงเทพ นานแล้วแต่ยังพอพูดภาษา ภูไท ได้อยู่ หากว่าท่านใดมีข้อมูล เคลือญาติ ของแม่ชีท่าน กรุณาส่ง email มาให้ผมหน่อยครับ จักขอบพระคุณอย่าง อยากทราบว่าผมเกี่ยวข้องกับท่านแม่ชีหรือเปล่า

หนุ่ม ภูไท พลัดถิ่น
bkkforum@yahoo.com

ผู้ตอบ :  ภูไทย พลัดถิ่น [18.6.2549 | 16:21]

 

 
6  

ท่านที่ไปลอกข้อความเรื่อง แม่ชีแก้ว เสียงล้ำ มาจาก เว็บไซต์ ต้นตำรับ คือ www.dhammasavana.or.th นั้น กรุณา ลอกให้ครบ ลอกให้ถูก และควรมีการอ้างอิงด้วย เพื่อให้ผู้ศึกษาธรรม ได้มีโอกาสตรวจสอบทาน ความถูกต้อง ความสมบูรณ์

ผู้ตอบ :  ธรรมสวนะ [28.2.2550 | 23:12]

 

 
7  

เป็นคนบ้านห้วยทราย บ้านอยู่ใกล้กับเจดีย์คุณแม่แก้วเลย บ้านอยู่แถวต้นโพธิ์ใหญ่รู้สึกภูมิใจที่ประวัติคุณแม่ได้ขึ้นเว็บไซต์

ผู้ตอบ :  ณันท์นภัส เสียงล้ำ [8.4.2551 | 15:00]

 

 
8  

สาธุ สาธุ สาธุ......ทุกเพศทุกวัยปฏิบัติธรรมได้ทั้งนั้น

ไม่ว่าชาย-หญิง

ผู้ตอบ :  ก้อง [9.5.2551 | 16:15]

 

 
9  

ผมก็นามสกุลเสียงล้ำเหมือนกัน เกิดที่บ้านถ่อนนาลับ ต.ถ่อนนาลับ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เป็นคนผู้ไทบ้านเดียวในอำเภอบ้านดุง ต้นตระกูลอพยพมาจากคำชะอี เมื่อประมาณ 100 ปีผ่านมา อยากรู้จักญาติๆ ที่ถิ่นต้นกำเหนิดของตระกูลอย่างมากครับ

ผู้ตอบ :  ด.ต.นพ เสียงล้ำ [3.10.2551 | 10:52]

 

 
10  

กราบนมัสการคุณย่า โปรดคุ้มครองดลบันดาลให้ลูกหลานประสบผลสำเร็จของชีวิตด้วยเทอญ

ผู้ตอบ :  นาย รณชัย ผิวขำ [22.6.2552 | 21:06]

 

 
11  

ดิฉันภูมิใจมากที่เกิดเป็นคนคำชะอี แม่ชีเป็นต้นแบบที่ดี ที่สามารถบรรลุธรรม

ผู้ตอบ :  น.ส. ภัชฎาพร สมพงษ์ [19.10.2552 | 15:47]

 

 
12  

นมัสการคุณย่ายผมมีเรื่องไม่สบายใจเลยในช่วงนี้มีแต่เรื่องไม่ดีจึงมาขอพึ่งบารมีดลบรรดาลให้ลูกประสพแต่สิ่งดีดีด้วยเทรอญ

ผู้ตอบ :  ตุ๊ดติ๊ด [15.11.2552 | 22:14]

 

 
13  

กระผมภาคภูมิใจที่เกิดเป็นคนบ้านห้วยทราย..

ผู้ตอบ :  ตุ๊ดติ๊ดอิเล็กทรอนิกส์ [27.12.2552 | 21:32]

 

 
14  

อยากศึกษาเกี่ยวกับการบวชจะศึกษาที่ไหนได้ค่ะ

ผู้ตอบ :  คนหลงทาง [7.1.2553 | 10:28]

 

 
15  

ตอนเด็กไปกราบคุณย่าแก้วบ่อย ไปจังหัน (ภาษาภูไท) ทุกวัน เพราะคุณยายทวดบวชอยู่ที่นั่น (คุณยายนาง ท่านจากไปแล้ว) ตอนนั้นคุณป้าหมอเพ็ญศรี ดูแลท่านอยู่ ตอนนี้ก็ไปกราบอัฐิท่าน เพราะจะทำบุญที่วัดนี้ทุกปี

ผู้ตอบ :  หลานคนบ้านห้วยทราย [30.7.2553 | 14:50]

 

 
16  

ประวัติชีวิต คติธรรม และปฏิปทา ของคุณแม่ชีแก้ว
ต้องแก้ไขเป็น คติธรรมและปฏิปทาของท่านหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล ค่ะ

ผู้ตอบ :  ธเนตร [15.2.2554 | 09:42]

 

 
17  

ภาคภูมิใจมากๆค่ะที่เกิดที่บ้านห้วยทรายเป็นลูกหลานคุณแม่ชีแก้วค่ะ

ผู้ตอบ :  ปภัสสร เสียงล้ำ [24.5.2554 | 19:35]

 

 
18  

แสงสว่างทางธรรม ตามคำสอนคุณแม่แก้ว

ผู้ตอบ :  นางสาว จริยา กลางประพันธ์ [1.4.2555 | 22:35]

 

 
19  

เป็นคนบ้านห้วยทรายเด้อและภูมิใจที่เกิดที่บ้านห้วยทรายได้เป็นลูกหลานของแม่ชีแก้วเหมือนกันค่ะพอกลับไปเทศกาลก็จะไปนมัสการท่านเป็นประจำค่ะ

ผู้ตอบ :  แอ๋ว ธิดารัตน์ [29.11.2555 | 17:30]

 

 
20  

น้อม...กราบนมัสการ..คุณยายทวดแม่ชีแก้ว..ขอ-รับ..ผมมีโอกาสไปไหว้คุณยายทวดแม่ชีแก้วรู้สึกสบายใจบอกไม่ถูกว่าเหมือนไปกราบแม่..ครับ..2-3ครั้งสบายใจมากและเลยไปกราบนมัสการ หลวงปู่จามทุกครั้งไปกราบนมัสการ..คุณยายทวดแม่ชีแก้ว..

ผู้ตอบ :  ศุภกร [22.1.2556 | 11:14]

 

 
21  

อนุโมทนา สาธุ

ผู้ตอบ :  จุ้น [29.6.2556 | 01:02]

 

 
22  

อ่านประวัติท่านบ้างแล้ว พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านคือเพชรที่งดงามที่ควรค่าแก่ควรกราบว่าย กระผมขออนุโมทนา สาธุ ครับ

ผู้ตอบ :  วราวุฒิ [29.6.2556 | 01:07]

 

 
23  

เห็นว่าแม่ชีแก้ว กับวัดหลวงปู่จามอยู่ใกล้กัน คงจะไม่โอกาศสักครั้งถ้าบุญพอ อ่านประวัติแล้วรู้สึกทึงในความปฏิบัติ สมัยนี้คงหาได้ยาก

ผู้ตอบ :  สหายธรรม [15.1.2557 | 16:49]

 

 
24  

สาธุ

ผู้ตอบ :  ธรรมนอง [16.2.2557 | 05:44]

 

 
25  

ขออานิสงส์ และบุญญาบารมีคุณยายทวดแก้วจงดลบันดาลให้หลานได้เป็นหลานจริงๆในชาติหน้า เมื่อ 45 ปีที่ผ่านมาหลานมีโอกาสได้มาที่บ้านห้วยทราย โดยตามสาวภูไทยมาคนหนึ่งจากอุดรธานี บุญไม่ถึงไม่ได้แต่งงานกับเธอ เธอนามสกุล ผิวขำ เป็นคนสวยและอัธยาสัยดีมาก ห้าสิบปีแล้วยังคิดถึงเธอ

ได้ชื่นชมบุญญาบารมีของยายทวดก็สุขใจครับ

ตะวัน จันทรบูรณ์

ผู้ตอบ :  ตะวัน จันทรบูรณ์ [21.3.2557 | 04:10]

 

 
26  

ขออานิสงส์ และบุญญาบารมีคุณยายทวดแก้วจงดลบันดาลให้หลานได้เป็นหลานจริงๆในชาติหน้า เมื่อ 45 ปีที่ผ่านมาหลานมีโอกาสได้มาที่บ้านห้วยทราย โดยตามสาวภูไทยมาคนหนึ่งจากอุดรธานี บุญไม่ถึงไม่ได้แต่งงานกับเธอ เธอนามสกุล ผิวขำ เป็นคนสวยและอัธยาสัยดีมาก ห้าสิบปีแล้วยังคิดถึงเธอ

ได้ชื่นชมบุญญาบารมีของยายทวดก็สุขใจครับ

ตะวัน จันทรบูรณ์

ผู้ตอบ :  ตะวัน จันทรบูรณ์ [21.3.2557 | 04:14]

 

 
27  

ในปี พ.ศ.2460 หลวงปู่ชอบอายุ 16 ปี หลวงปู่เทสก์ อายุ 15 ปี หลวงปู่ฝั้น อายุ 18 ปี ยังไม่ได้บวชเณรหรือเข้ามาเป็นศิษย์ของหลวงปู่มั่นเลยครับ หลวงปู่ขาวก็บวชมหานิกาย เมื่ปี พ.ศ.2462 น่าจะเป็นศิษย์อื่นๆมากกว่า

ผู้ตอบ :  ประพัฒน์ [13.5.2557 | 07:19]

 


 
หมายเหตุ : สมัครเป็นสมาชิก จึงจะทำการโพสต์รูปภาพได้ ด้วยการ login เข้าสู่ระบบ

-:- ข้อตกลงการใช้กระดานวัดป่ากรรมฐาน -:-

1. ผู้ใช้กระดานสนทนาต้องสมัครเป็นสมาชิก และผ่านการตรวจสอบใบสมัครสมาชิกเสียก่อน จึงจะแสดงความคิดเห็นได้อิสระ
2. หากผู้แสดงความคิดเห็นที่ไม่เป็นสมาชิก ข้อความจะยังไม่ปรากฏทันที ต้องผ่านการตรวจสอบจากทีมงานก่อนนำขึ้นแสดง
3. สมาชิกต้อง login เข้าระบบก่อนตั้งกระทู้หรือแสดงความคิดเห็น ข้อความจะถูกส่งขึ้นระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อการแลกเปลี่ยนโดยอิสระ
4. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
5. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
6. ทีมงานวัดป่าขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น หรือระงับการเป็นสมาชิก โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
 

           
  ข้อความ :   *
ชื่อผู้ตอบ :   *  




 

* ข้อมูลที่จำเป็นต้องกรอก