เว็บไซต์วัดป่า ขอเชิญร่วมทำบุญกฐินวัดป่ากรรมฐาน ประจำปี ๒๕๕๗  (๕๐-๖๐ วัด)  คลิปอ่านรายละเอียดที่นี่ 

 
 
หลวงพ่อสมชาย ฐิตวิริโย มรณภาพลงด้วยอาการสงบแล้ว ณ รพ.วิชัยยุทธ วันเสาร์ที่ 18 มิ.ย.48

 


พระวิสุทธิญาณเถร (หลวงพ่อสมชาย ฐิตวิริโย)
วัดเขาสุกิม ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี
มรณภาพลงด้วยอาการสงบแล้ว ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ
เมื่อเวลา 10.40 น. วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน 2548



ชีวประวัติ
พระวิสุทธิญาณเถร หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย (ย่อ)


หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย ท่านเป็นชาวจังหวัดร้อยเอ็ด เกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2468 ตรงกับวันอังคารขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ปีฉลู เวลาเที่ยงวัน ณ หมู่บ้านเหล่างิ้ว ตำบลจังหาร อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด ในตระกูลที่เป็นชาวฮินดู หลวงปู่สมชาย เป็นบุตรคนที่ ๒ ของ โยมบิดาชื่อ สอน มติยาภักดิ์ โยมมารดาบุญ มติยาภักดิ์ โยมมารดาของท่านเป็นบุตรีคนเล็กของ คุณหลวง เสนา ผู้นำศาสนาพราหมณ์ ในท้องถิ่นนั้น หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโยท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันเพียง 2 คน คือ
1. นายหนู มติยาภักดิ์
2. หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย
หลวงปู่สมชาย ได้ถือกำเนิดในสกุลของศาสนาพราหมณ์ วันที่หลวงปู่สมชายกำเนิดนั้น เป็นวันตรงกับเวลาประกอบพิธีทางศาสนา พอเริ่มขบวนแห่ มารดาของท่านให้กำเนิดท่าน ซึ่งทำให้พิธีการทางศาสนาที่กำลังกระทำอยู่ ต้องหยุด ชะงักลง ด้วยนิมิตหมายอันนี้ คุณตาหรือคุณหลวงเสนา จึงได้ทำนายไว้ว่า "หลวงปู่สมชาย จะเป็นผู้เปลี่ยนแปลงศาสนาเดิมของตระกูล" และ ก็เป็นไปตามนั้น เพราะท่านมีความสนใจในธรรมะทางพระพุทธศาสนา ท่านชอบอ่าน หนังสือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนามาก โดยท่านมีอุปนิสัยใน ทางธรรมตั้งแต่อายุ 16 ปี ท่านได้ใช้ชีวิตอยู่ในทางฆราวาส จนถึงอายุ 19 ปี ด้วยความเบื่อหน่ายต่อความเป็นอยู่ของโลกที่เต็มไปด้วยความ สับสนวุ่นวายและเต็มไปด้วยความทุกข์ไม่เที่ยง ท่านจึงคิดที่จะสละเพศฆราวาสออกบวชในบวรพุทธศาสนาเพื่อแสวงหาความพ้นทุกข์

ท่านได้บรรพชาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2487 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 ปีวอก อายุ 19 ปี ณ อุโบสถวัดเหนือ อ.เมือง จ. ร้อยเอ็ด โดยมีท่านเจ้าคุณพระโพธิญาณมุนีเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด ธรรมยุตเป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านได้ถวายตัวเป็น ลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทัตตเถร เมื่อปลายปี พ.ศ.2487 ที่วัดป่าบ้านหนองผือ ตำบลนาใน อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร
ท่านได้ทำการอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดศรีโพนเมือง จ.สกลนคร เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2489 โดยมีท่านเจ้าคุณ พระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโลเถร) เป็นพระอุปัชฌาย์

หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นกรรมวาจาจารย์ หลวงปู่กงมา จิรปุญโญ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ครูบาอาจารย์ที่กล่าวมา ทั้งหมดล้วนแต่เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่นทั้งสิ้น โดยเฉพาะท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์นั้น เป็นพระอุปัชฌาย์ของ หลวงปู่ฝั้น อาจาโรอีกด้วย ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย เป็นทั้งลูกศิษย์ หลานศิษย์และเหลนศิษย์ของ หลวงปู่มั่น ภายหลังจากอุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว หลังจากประพฤติปฏิบัติธรรม จนซาบซึ้งในพระศาสนาพอสมควรแล้ว ท่านได้นำเอาธรรมะไปอบรมสั่ง สอนประชาชนในท้องถิ่นเดิมของท่าน จนปัจจุบันหันมานับถือพุทธศาสนาจนหมดสิ้น

ชีวิตในเยาว์วัย
เมื่อหลวงปู่สมชาย มีอายุได้ ๒ ขวบ มารดาของท่านก็ถึงมรณะกรรม คุณตาของท่านก็รับภาระ เลี้ยงดู สิ้นบุญของคุณตาหลวงปู่สมชายก็มาอาศัยอยู่กับญาติ ซึ่งมีฐานะเป็นลูกผู้พี่ แต่เมื่อพี่สะไภ้ได้เสียชีวิตจากไป ท่านต้องรับภาระเลี้ยงดูหลาน ๔ -๕ คนแทนเพราะพี่ชายเมื่อสิ้นพี่สะไภ้ ก็กระทำตัวเป็นนักเลงหัวไม้ หาได้สนใจในหน้าที่ของพ่อที่มีต่อลูกไม่ ท่านจึงได้พยายามสร้างฐาานะขึ้นมา ให้ทัดเทียมกับผู้อื่น ด้วยอุปนิสัยที่เป็นผู้มีนิสัยเด็ดเดี่ยว เอาจริง ถ้าตั้งใจจะทำสิ่งใดแล้วต้องทำให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เป็นนักเสียสละบำเพ็ญประโยชน์ ของส่วนรวม ไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก เป็นผู้มีความทรหดอดทน กล้าหาญ ท่านได้สร้างฐานะขึ้นมาจนสำเร็จ เป็นที่เคารพยกย่อง นับถือของตระกูล ตลอดจนคนทั่วไปในหมู่บ้านนั้น

ระลึกชาติได้
ตอนที่ท่านยังไม่บวช เวลาท่านนอน มือท่านทั้งสองข้างมาพนมเข้าหากัน และบริกรรมว่า โอม ปถวีๆๆ ขานั้นก็นั่งขัดสมาธิ หลุดปุ๊บก็ระลึกถึงชาติเก่าทันที ท่านบอกว่าเป็นอยู่อย่างนี้ ระลึกได้ถึง ๔ ปี ทุกคืน และเป็นไปอัตโนมัติ ว่าชาติที่ ๑ นั้น ท่านเกิดเป็นฤาษี บวชเป็นฤาษี ลุงของท่านเป็นหัวหน้าฤาษีในชาตินั้น ชาตินี้ลุงของท่านก็กลับมาเป็นพ่อของท่าน ชาติที่ ๒ ก็เป็นอย่างนั้นอีก(เหมือนชาติที่ ๑) ชาติที่ ๓ ได้เกิดเป็นลูกชาวประมง พอโตขึ้นหน่อย พ่อแม่ก็ให้ออกไปหาปลาเพราะเป็นชาวประมง แต่ท่านไม่เอา ท่านก็เลยบวช พอไปก็ไปพบกับสำนักของฤาษีอีก พอกลับชาตินี้ คือชาติปัจจุบัน ท่านก็กลับมาเป็นลูกของลุงในชาติอดีตคือ ฤาษีนั่นเอง กลับมาเกิดเป็นพ่อของท่าน

การสนใจในธรรมะ
ดังที่รู้กันอยู่แล้ว เดิมท่านอยู่ในตระกูลชาวฮินดู ขณะที่คุณตายังมีชีวิตอยู่ท่านก็มีความสนใจในทางธรรมะ ของทางพระพุทธศาสนา ท่านได้เสาะแสวงหาหนังสือพุทธประวัติมาอ่าน บางทีก็แอบไปฟังเทศน์จากท่านพระอาจารย์นาค โฆโส ซึ่งเป็นพระปฏิบัติกรรมฐานในสาย หลวงปู่มั่น การกระทำนี้ท่านต้องแอบกระทำ เพราะเป็นการกระทำผิดต่อศาสนาเดิมอย่างร้ายแรง และยิ่งถ้าคุณตาของท่านรู้ก็ยิ่งจะต้องถูกทำโทษสถานหนัก แต่การกระทำ ของท่านก็หารอดพ้นสายตาของคุณตาไม่ ท่านถูกคุณตาทำโทษ บางครั้งถูกเฆี่ยนตี และมัดมือไพล่หลังตากแดด ท่านก็ไม่เคยร้องไห้ ไม่เคยร้องขอความเห็นใจจากผู้ลง โทษเลยเด็ดขาด ท่านได้แต่นิ่ง เงียบ เฉย ตลอดเวลา แต่ก็หาเข็ดหลาบ ท่านยังคงสนใจในทางธรรมะ ทำบุญและไปเรียนรู้ทางสำนักปฏิบัติ ฟังเทศน์จากพระ กรรมฐานต่างๆ แต่เป็นการกระทำที่ระมัดระวังยิ่งขึ้น เหตุการณ์ต่างๆภายในครอบครัวของพี่ชายที่เกิดขึ้น ยิ่งเป็นสิ่งกระตุ้นให้ท่านหันเข้าสู่โลกุตรธรรมมากขึ้น เบื่อหน่ายในฆราวาสวิสัย มีความพอใจในเพศนักบวชมากขึ้น เมื่อเห็นว่าท่านปฏิบัติหน้าที่ภายในครอบครัวสมบูรณ์ เป็นเวลาอันสมควรแล้ว จึงได้ขออนุญาตจากพี่ชายขอบวช พี่ชายท่านก็อนุญาตเพราะคิดว่าเป็นไปได้ยาก

เข้าสู่ร่มกาสาวพัตร์
เมื่อพี่ชายอนุญาตแล้ว หลวงปู่สมชายได้เดินทางไปฝากตัวเป็นนาคกับท่านอาจารย์เพ็ง วัดป่าศรีไพรวัลย์ อยู่ฝึกฝนอบรมพอสมควร จึงได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด มีท่านเจ้าคุณพระโพธิมุนี เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด ธรรมยุตเป็น พระอุปัชฌาย์ วันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๗ ตรงกับวันจันทร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ ปีวอก พำนักจำพรรษา ณ วัดป่าศรีไพรวัลย์ ๑ พรรษา ขณะนั้นท่านมีอายุประมาณ ๑๙ ปี ในระหว่างที่จำพรรษาอยู่ได้ยินกิตติศัพท์ว่า หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถร "เป็นพระอรหันต์ ผู้หมดจดจากกิเลส" ใคร่จะได้เห็นพระอรหันต์ขีณาสพในสมัยปัจจุบัน จึงกราบลาท่านอาจารย์ ติดตามพระอาจารย์ป่อง จนฺทสาโร และคณะ ๔ - ๕ รูป เดินทางมุ่งสู่สำนักหลวงปู่มั่น จนลุถึงเขตสาขาสำนักหลงงปู่มั่นคือ สำนักท่านอาจารย์กู่ วัดป่าบ้านโคกมะนาว ซึ่งเป็นสำนักหน้าด่านอยู่รอบนอก อยู่ฝึกฝนอบรมจิตใจ และมารยาทพอสมควรแล้ว ได้พากันไปมอบกายถวายตัวเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๔๘๗ ที่วัดป่าหนองผือ ตำบลบนาใน อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ขณะที่ยังเป็นสามเณรอยู่ หลังจากเข้าไปมอบกายถวายตัวเป็นลูกศิษย์ ภูริทตฺตเถร แล้วท่านก็ได้ตั้งใจศึกษาธรรมะ ข้อวัตรปฏิบัติทั้งปวง เมื่อเห็นว่าจวนจะถึงฤดูกาลพรรษา จึงได้กราบลาหลวงปู่มั่นออกไปบำเพ็ญและจำพรรษา อยู่กับท่านพระอาจารย์ กงมา จิรปุญโญ วัดดอยธรรมเจดีย์ อ.เมือง จ.สกลนคร ที่สำนักหลวงปู่มั่น เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๘ เพื่อคอยเวลาไปศึกษาธรรมะในโอกาสต่อไป เมื่อท่านอาจารย์อายุครบ ๒๐ ปี พอที่จะทำการญัติติจตุตถกรรม เป็นพระภิกษุในบวรพระพุทธศาสนาได้แล้ว หลวงปู่มั่น ภูริทตฺตเถร ก็ได้มอบผ้าสังฆาฏิให้ผืนหนึ่ง มีขันธ์ ๑๑ ขันธ์ ช้อนซ่อมทองเหลือง ๑ คู่ รวมในการอุปสมบท หลวงปู่สมชายเห็นว่าเป็นผ้าของครูบาอาจารย์ที่ท่านเคยใช้มาแล้ว ลูกศิษย์ไม่ควรเอามาใช้ เพราะจัดอยู่ในประเภทบริโภคเจดีย์ ควรแก่การกราบไหว้ สักการะบูชาแก่ศิษยานุศิษย์ ท่านจึงเก็บเอาไว้ หลวงปู่มั่นได้ทราบเจตนาจึงได้สั่งให้คุณแม่นุ่ม ชุวานนท์ ซึ่งเป็นโยมอุปัฏฐากของท่านที่สำคัญคนหนึ่ง จัดการหาผ้าสังฆาฏิใหม่ มาถวาย เมื่อจัดบริขารทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หลวงปู่มั่นได้สั่งให้ท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโสเถร) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ สั่งให้ท่านพระอาจารย์กงมา จิรปุญโญ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ทำการอุปสมบทกรรม ณ พัทธสีมา วัดศรีโพนเมือง อ.เมือง จ.สกลนคร โดยมีหลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นเจ้าอาวาส

ออกแสวงหาโมกขธรรม
ในสมัยหลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโยยังเป็นนวกะภิกษุ ได้ออกบำเพ็ญสมาธิ แสวงหาโมกขธรรมโดยตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรม ตลอดมา เพื่อพิสูจน์ความจริงในพระศาสนา สถานที่ที่ท่านใช้บำเพ็ญกรรมฐานนั้น เป็นสถาานที่ๆ ซึ่งนักปฏิบัติธรรม หรือพระกรรมฐานชอบแสวงหาความสงบวิเวก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระปฏิบัติสายหลวงปู่มั่นสถานที่นั้นคือ "ภูวัว" ซึ่งมีเทือกเขายาวติดต่อกันทั้งยังมีภูเขาลูกเล็กบ้างใหญ่บ้างสลับซับซ้อนจนถึงฝั่งแม่น้ำโขง ตลอดจนสำนีกต่างๆที่เป็นศิษย์หลวงปู่มั่น จนอายุพรรษาเข้าขั้นเถรภูมิ ท่านเห็นสมควรเป็นนิสสัยมุตตกะ คือ พ้นจากการถือนิสัยกับอาจารย์ได้แล้ว ก็ได้จาริกเสาะแสวงหาสถานที่สงบวิเวก เพื่อบำเพ็ญกรรมฐาน บางครั้งไป องค์เดียว บางครังก็มีเพื่อนสหธรรมิกติดตามไปด้วย เฉพาะทางภาคอีสานท่านเคยธุดงค์ผ่านเกือบทุกจังหวัด ในการเดินธุดงค์ปฏิบัติกรรมฐานของท่านนั้นท่นเป็นพระที่เอาจริง ปฏิบัติจัง เด็ดเดี่ยวและประกอบด้วยเคยมีบารมีมาแต่ก่อน ท่านจึงเป็นพระที่มีบุญญาอภินิหารมากมาย มีเรื่องเล่ากันว่า วันหนึ่งขณะที่ท่านปักกลดบำเพ็ญเพียรอยู่ที่แถงจังหวัดสกลนคร บังเอิญมีพระเจ้าอาวาสวัดหนึ่งที่เคยรักใคร่ชอบพอกันมาก มรณะภาพลง เมื่อข่าวทราบถึงหลวงปู่ ท่านจึงคิดว่า เอ..ท่านกัยเรานี่ชอบกันมากจะไม่ไปเยี่ยมก็จะน่าเกลียด ครั้นจะไปมือเปล่า ก็จะเป็นการไม่สมควร จึงคิดว่าอย่ากระนั้นเลย เราจะขอร้องให้ญาติโยมไปหาหน่อไม้ป่า เอาไปฝากสักสองสามกระสอบก็จะเป็นการดี เมื่อคิดอย่างนั้นแล้วจึงเอ่ยปากบอกญาติโยมที่มาหา ญาติโยมก็เต็มใจพากันออกหาหน่อไม้มาถวายตามความประสงค์หลายคนด้วยกัน แต่ก็ไม่สามารถหาได้ตามความต้องการ เพราะปรากฏว่ามีคนมาหักเสียก่อนแล้ว จึงได้ติดไม้ติดมือมาไม่กี่หน่อ
ทางด้านหลวงปู่สมชาย เมื่อญาติโยมกลับมารายงานดังนั้น ก็คิดว่า เอ เราจะไปเยี่ยมศพอย่างไรได้เล่า อะไรๆก็ไม่มีติดมือไป จะอยู่ต่อไปก็อายเขาเพราะพระชอบๆกันยังไปเยี่ยม อย่ากระนั้นเลย เราหนีดีกว่า จึงบอกกับญาติโยมว่า ถ้ากระนั้นอาตมาจะต้องขอลาโยมๆไปก่อนละนะอยู่ไม่ได้อายเขา ญาติโยมก็อ้อนวอนให้อยู่ก่อนเถอะ จะได้เป็นที่พึ่งได้อบรมธรรมะกันบ้าง
เมื่อญาติโยมอ้อนวอนอย่างนั้น ท่านก็ใจอ่อนนั่งนิ่งอยู่สักครู่หนึ่ง แล้วก็บอกกับญาติโยมว่า อาตมาจะอยู่ต่อไปละ แต่ญาติโยมจะต้องออกไปหาหน่อไม้อีกครั้ง ถ้าได้อาตมาก็จะอยู่ต่อ ถ้าไม่ได้อาตมาก็ต้องไปแน่
ญาติโยมก็อึ้ง แต่ก็ต้องตกลง เพราะอยากให้อยู่ ต่างก็คิดว่าจะหาได้อย่างไร เมื่อกี้ก็ไปแล้วยังไม่ได้ แต่ด้วยความยากให้ท่านอยู่จึงจำเป็นต้องออกไปหาอีกครั้ง
คราวนี้ออกไปกันหลายต่อหลายคนเอากระสอบเตรียมไปด้วย พอออกไปได้หน่อยเดียวเท่านั้น ทุกคนต้องตกตะลึงเพราะปรากฏว่ามีลิงตูดแดงๆ ไม่รู้ว่ามาจากไหนมากมายแถวนั้น ไม่เคยมีลิงประเภทนี้มาก่อนเลย ฝูงลิงต่างก็หักหน่อไม้จากกลางกอไผ่โยนออกมากลาดเกลื่อนไปหมด ญาติโยมไม่ต้องหักเลยทำหน้าที่แต่เพียงเก็บใส่กระสอบอย่างเดียว เดี๋ยวเดียวเต็มสามสี่ กระสอบเกินความต้องการ ต่างคนต่างก็พูดโจทย์ขานกันใหญ่ว่า เอ หน่อไม้มาจากไหนเมื่อตะกี้พวกเราไม่เห็นมีเลย ลิงก็ไม่มีหน่อไม้ก็ไม่มีน่าอัศจรรย์ใจจริงๆ นี่คงจะเป็นบุญญของพวกเรา และบุญญาธิการของท่านหลวงปู่สมชาย จึงทำให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น พอกลับมาก็เข้ารายงานหลวงปู่ และเรียนถามท่านว่า ลิงและหน่อไม้นั้นมาจากไหนกัน หลวงปู่ตอบอย่างยิ้มๆว่า เทวดาเขาคงจะเอ็นดูญาติโยม กลัวว่าอาตมาจะไปจากที่นี่กระมัง เขาจึงลงมาช่วยญาติโยมหาหน่อไม้ให้ ญาติโยมก็พนมมือ สาธุขึ้นพร้อมๆกัน แต่ต่างก็นึกว่านี้คงจะเป็นอำนาจบารมีธรรม ของหลวงปู่เป็นแน่ หรือเขาเรียกกันว่า อภิญญาธรรมละกระมัง จึงดลบันดาลให้เป็นไป
ในหมู่ญาติโยมที่ไปเก็บหน่อไม้นั้น มีคุณย่าของท่านครูบาคำพัน อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาสุกิม รวมอยู่ด้วยเมื่อคราวถวายเพลิงพระศพพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ญาติโยมทั้งหลายที่เคยช่วยเก็บ หน่อไม้ยังมาร่วมถ่ายภาพร่วมกับหลวงปู่ด้วย แม้บางคนแก่จนเดินไม่ไหว ยังพยายามนั่งรถเข็นมา เพราะความเลื่อมใสในเมตตาธรรม และธรรมปฏิบัติที่เคยสั่งสอนอบรมมา ให้เป็นแนวทางแต่ กาลนั้น เป็นต้นมา
ภาคเหนือและภาคกลางก็มีบ้างเป็นบางจังหวัด บางทีก็ข้ามไปยังประเทศลาว นอกจากนี้ท่านยังเข้าไปในเขตประเทศพม่า ปักหลักบำเพ็ญภาวนาอยู่หลายเดือนกับพวกชาวกระเหรี่ยง และในระหว่างบำเพ็ญตอนนี้ แทบจะเอาชีวิตไม่รอด เนื่องจากไม่ได้ฉันอาหารตั้งหลายเดือน ฉันเฉพาะผักและใบไม้พอประทังชีวิตอยู่เท่านั้น เพราะกระเหรี่ยงเขานับถือภูติผีปีศาจ ภาษาก็ไม่รู้เรื่องกัน กว่าพวกเขาจะมีความเลื่อมใสศรัทธาให้การอุปถัมภ์บำรุงร่างกายก็แทบแย่ เมื่อร่างกายและกำลังดีพอแล้ว หลวงก็ได้เดินทางกลับมาพักที่อ.หัวหิน จ.ประจวบขีรีขันธ์ จนกระทั่งมีลูกศิษย์ของอาจารย์ ท่านหนึ่ง แนะนำว่าจังหวัดจันทบุรีเป็นสถานที่ประกอบพร้อมไปด้วยสัปปายะ มีสถานที่สงบวิเวกหลายแห่ง เหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนา หลวงปู่จึงตกลงใจมาจันทบุรีเพื่อทดลองดู เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔

หลวงปู่สมชายท่านเป็นผู้ต้องการหลุดพ้น มีปฏิปทาข้อวัตรปฏิบัติเคร่งครัดตรงต่อพระธรรมวินัย และมุ่งหวังเทิดทูนพระศาสนา มีศีลาจารวัตรที่งดงาม สาธุชนทั้งหลายได้พบเห็นการปฏิบัติ ของท่านเกิดความศรัทธา



ผู้ส่ง : สมาชิก5
[18.6.2548 | 22:13]

 




 
1  

เว็บไซต์ วัดเขาสุกิม
http://www.khaosukim.org

ผู้ตอบ :  สมาชิก5 [18.6.2548 | 22:16]

 

 
2  

“หลวงปู่สมชาย” วัดเขาสุกิม มรณภาพแล้ว


“หลวงปู่สมชาย” วัดเขาสุกิม มรณภาพแล้ว หลังอาพาธเป็นโรคไตวายเรื้อรัง มานานกว่า 4 ปี ลูกศิษย์ เตรียมเคลื่อนศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาในวันพรุ่งนี้

วันนี้ (18 มิ.ย.) เมื่อเวลา 10.40 น. พระวิสุทธิญาณเถร หรือหลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย ประธานสงฆ์วัดเขาสุกิม อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี อายุ 80 ปี ได้มรณภาพด้วยโรคไตวายเรื้อรัง ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ขณะนี้ศพยังอยู่ที่โรงพยาบาล และจะมีการเคลื่อนศพไปประกอบพิธีรดน้ำศพวันพรุ่งนี้ (19 มิ.ย.) เวลา 12.00 น. ที่วัดเทพศิรินทราวาส หลวงปู่สมชาย เข้ารับการรักษาโรคไตวายเรื้อรังอย่างต่อเนื่อง ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ มาเป็นเวลา 4 ปีแล้ว จนกระทั่งต้นปี 2548 เป็นต้นมา หลวงปู่ต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลตลอดไม่ได้กลับวัดท่าใหม่จนมรณภาพ

หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย เกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2468 ณ หมู่บ้านเหล่างิ้ว ตำบลจังหาร อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด โยมบิดาชื่อ บุญ มติยาภักดิ์ โยมมารดาของท่าน เป็นบุตรีของ คุณหลวงเสนา ผู้นำศาสนาพราหมณ์ในท้องถิ่นนั้น หลวงปู่สมชายเป็นพระกรรมฐาน สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตเถระ พระบุรพาจารย์ใหญ่ ฝ่ายวิปัสสนา ได้ดำเนินเจริญธรรมสัมมาปฏิบัติ รักษาข้อวัตรปฏิปทา เผยแผ่ศาสนาธรรม อย่างเอาการเอางาน สร้างคุณูปการแก่พระพุทธศาสนาและชุมชนมาโดยตลอด และเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 มิถุนายน 2548 18:19 น.
http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9480000081480


ผู้ตอบ :  สมาชิก5 [19.6.2548 | 06:38]

 

 
3  




คนนับหมื่นสรงน้ำศพ"ปู่สมชาย"


ศิษย์นับหมื่นรอคิวสรงน้ำศพ"หลวงพ่อสมชาย"ประธานสงฆ์วัดเขาสุกิม เผยต้องต่อแถวยาวเหยียดจากศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาส ไปจนถึงรั้วกำแพงวัด สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เสด็จร่วมพิธีด้วย พร้อมพระเถระชั้นผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายธรรมยุตและมหานิกาย ศิษย์เผยคำสั่งหลวงปู่ห้ามเผาศพ แต่ให้เก็บไว้ในโลงแก้ววัดเขาสุกิม

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 19 มิ.ย. ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ได้มีบรรดาลูกศิษย์และคนใกล้ชิด รวมทั้งญาติพี่น้องที่เคารพนับถือเลื่อมใสศรัทธาพระวิสุทธิญาเถร หรือพระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย ประธานสงฆ์วัดเขาสุกิม ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ที่ได้มรณภาพด้วยโรคแทรกซ้อนทั้งหัวใจและไตวาย ต่างเดินทางมาเคารพศพ พร้อมร่วมเคลื่อนขบวนศพเพื่อนำไปตั้งประกอบพิธีทางศาสนายังศาลากวีนิรมิตร หรือศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาส โดยมีรถกองปราบปรามนำขบวน ส่วนศพได้ใช้รถตู้ของโรงพยาบาลขนไปยังวัดดังกล่าว เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศาลกลางน้ำ ซึ่งเป็นที่ตั้งศพของพระอาจารย์สมชาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีฆราวาส และพระสงฆ์ทั่วสารทิศ ต่างหลั่งไหลเดินทางมาร่วมในพิธีอาบน้ำศพตลอดเวลาเป็นจำนวนประมาณร่วมหมื่นคน โดยต่างเข้าแถวเป็นแนวยาวจากศาลากลางน้ำ ออกมาไกลถึงรั้วด้านนอกเป็นระยะทางความยาวประมาณครึ่งกิโลเมตร โดยครั้งนี้สำนักพระราชวังยังได้นพหีบทองคำพระราชทานมาบรรจุศพหลวงปู่สมชายด้วย

นอกจากนี้ ในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพหลวงปู่สมชาย ได้มีพระชั้นผู้ใหญ่เดินทางมาร่วมสรงน้ำศพจำนวนมาก อาทิ สมเด็จพระพุฒาจาย์ วัดสระเกศ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดมกุฏกษัตริยาราม สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสัมพันธวงศ์ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตรมว.กลาโหม เป็นต้น

กระทั่งเวลา 17.00 น. คุณหญิงเพ็ญศรี ไชยยงค์ ผู้แทนพระองค์ ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ เป็นผู้แทนสรงน้ำหลวงอาบศพ และสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จร่วมสรงน้ำศพ หลังเสร็จพิธีจึงนำศพบรรจุในโลงถือเป็นอันเสร็จพิธี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพิธีอาบน้ำศพพระอาจารย์สมชายครั้งนี้ ทางวัดได้นำตู้ทำบุญมาตั้งไว้ที่บริเวณหน้าศาลาเพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญ พร้อมกันนี้ยังได้นำเหรียญโลหะสีดำรูปพระอาจารย์สมชายมาแจกให้กับผู้ที่มาร่วมงาน แต่ปรากฏว่าไม่สามารถแจกจ่ายได้ทั่วถึง เนื่องจากมีประชาชนที่ทราบข่าวมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่เพียงพอ ทำให้หลายคนผิดหวังไปตามๆกัน

สำหรับบรรยากาศที่วัดเขาสุกิม ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังข่าวหลวงพ่อสมชายมรณภาพกระจายออกไป ก็มีประชาชนและคณะศิษยานุศิษย์พากันเดินทางมาที่วัดเขาสุกิมเป็นจำนวนมาก เพื่อมาเคารพศพ แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อได้รับแจ้งจากทางวัดว่าศพของพระอาจารย์สมชาย ต้องตั้งไว้ที่วัดเทพศิรินทราวาสเป็นเวลา 7 วัน เพื่อบำเพ็ญกุศลในพระบรมราชานุเคราะห์ก่อน จึงจะย้ายกลับมาบำเพ็ญกุศลที่วัดเขาสุกิม และยังมีญาติโยมเตรียมตัวที่จะเดินทางมาอีกเป็นจำนวนมาก และคณะสงฆ์ของวัดกำลังอยู่ในระหว่างเตรียมการจัดงานดังกล่าว และประชาชนได้ทยอยกันแยกย้ายกลับ

อย่างไรก็ตาม พระอาจารย์สมชายได้สั่งไว้กับศานุศิษย์ว่า หลังจากมรณภาพแล้วห้ามไม่ให้เผา โดยให้เก็บไว้ในโลงแก้ว และตั้งไว้ที่วัดเขาสุกิม

หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2548 ปีที่ 15 ฉบับที่ 5317
http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod.php?sectionid=0301&searchks=''&sk=''&s_tag=03p0111200648&day=2005/06/20&show=1

ผู้ตอบ :  สมาชิก5 [20.6.2548 | 08:05]

 

 
4  

แห่กวาดเรียบ เหรียญรูปหล่อ หลวงปู่สมชาย

หลังจากพระวิสุทธิญาณเถร หรือหลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย ประธานสงฆ์วัดเขาสุกิม ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เกจิชื่อดังภาคตะวันออก ได้ละสังขารอย่างสงบ ด้วยโรคหัวใจล้มเหลว ที่ รพ.วิชัยยุทธ รวมอายุได้ 80 ปี 60 พรรษา เมื่อสายวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา ท่ามกลางความเศร้าโศกของศิษยานุศิษย์ ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 มิ.ย.ที่ รพ.วิชัยยุทธ เหล่าลูกศิษย์ของหลวงปู่สมชายได้ทำพิธีเชิญศพ เพื่อนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาส โดยทันทีที่ไปถึงได้มีเหล่าศิษยานุศิษย์ จำนวนมากคอยรอรับศพหลวงปู่ ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ระงมไปทั่วศาลา จากนั้น ก็ให้ประชาชนและลูกศิษย์ ร่วมสรงน้ำศพ โดยตลอดทั้งวัน มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหล มาร่วมเคารพศพหลวงปู่อย่างไม่ขาดสาย และต่อแถวยาวเหยียด จนภายในศาลากลางน้ำแน่นขนัดแทบไม่มีที่ยืน

จากนั้นในช่วงบ่าย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้ผู้แทนพระองค์ อัญเชิญน้ำหลวงสรงศพและหีบทองทึบตั้งประกอบเกียรติมายังศาลากลางน้ำ พร้อมกันนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ โปรดให้ผู้แทนพระองค์นำพวงมาลามาตั้งที่หน้าศพหลวงปู่สมชายด้วย

กระทั่งเวลา 17.00 น. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเป็นประธานในการสรงน้ำหลวงสรงศพพร้อมเหล่าพระเถระ อาทิ สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดมกุฏกษัตริยาราม สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสัมพันธวงศ์ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมี พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีต ผบ.ทบ. เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยมีพิธีสวดพระอภิธรรมศพในเวลา 19.00 น.

ด้าน พระญาณวิลาศ เจ้าอาวาสวัดเขาสุกิม เปิดเผยว่า ขณะนี้คณะศิษยานุศิษย์กำหนดไว้ในเบื้องต้นว่าจะตั้งศพหลวงปู่สมชาย เพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดเทพศิรินทราวาสเป็นเวลาอย่างน้อย 7 วัน ซึ่งอาจจะยืดระยะเวลาต่อไปอีกสุดแล้วแต่กรณี เนื่องจากหลวงปู่มีลูกศิษย์จำนวนมาก อาจมีการร้องขอมา โดยทางวัดจะมีการหารือเรื่องนี้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หลังจากบำเพ็ญกุศลที่วัดเทพศิรินทราวาสแล้ว คณะศิษยานุศิษย์จะเชิญศพหลวงปู่กลับไปตั้งที่ชั้น 2 ตึก 60 ปี วัดเขาสุกิม เพื่อเปิดให้ศิษยานุศิษย์เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลไปเรื่อยๆ ส่วนเรื่องการจัดพิธีฌาปนกิจนั้น เนื่องจากเป็นความประสงค์ ของหลวงปู่ก่อนที่ท่านจะมรณภาพว่าต้องการให้เก็บศพของท่านไว้ โดยไม่มีการประกอบพิธีฌาปนกิจ ลูกศิษย์ จึงเตรียมโลงแก้วไว้เพื่อประดิษฐานศพของท่านที่วัดเขาสุกิมตลอดไป ตามความประสงค์

เจ้าอาวาสวัดเขาสุกิมกล่าวอีกว่า สำหรับสิ่งที่หลวงปู่สมชายได้เน้นย้ำและแสดงความห่วงใยก็คือเรื่องความสามัคคีของศิษย์ ไม่ว่าจะเป็นพระหรือฆราวาส ที่ต้องการให้ร่วมใจกันรักษาคุณงามความดี สืบทอดต่อจากท่าน สำหรับสิ่งที่จะต้องสานต่อหลังจากนี้ คือการก่อสร้างพระมหาเจดีย์ที่หลวงปู่ได้ฝากฝังไว้ก่อนสิ้นลม ขณะนี้ได้มีการลงหลักปักฐานเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากเสร็จพิธีศพก็จะเดินหน้าโครงการต่อไป ยืนยันว่าการละสังขารของหลวงปู่นั้น ถือเป็นความประสงค์ของตัวท่านเอง เพราะเคยกล่าวมานานนับสิบปีแล้วว่าจะมีอายุอยู่แค่ 80 ปี แม้ลูกศิษย์จะขอร้องให้มีชีวิตอยู่ต่ออีกสัก 10 ปี แต่ท่านปฏิเสธมาตลอด

สำหรับบรรยากาศที่วัดเขาสุกิม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีประชาชนพระภิกษุสงฆ์ จากทั่วสารทิศ เหมารถตู้ รถบัส เดินทางมาที่วัดไม่ขาดสาย เพื่อเข้ามากราบไหว้หุ่นปั้นของหลวงปู่สมชาย บางคนเสียใจถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ หลวงปู่ ก่อนควักกระเป๋าบริจาคปัจจัยร่วมทำบุญกับทางวัด พร้อมทั้งเดินชมวัตถุโบราณและสิ่งจำลองต่างๆ ที่ทางวัดจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ศึกษา และก่อนกลับต่างเข้ามาขอเช่าวัตถุมงคลที่หลวงปู่สมชายจัดสร้างและปลุกเสกหลากหลายชนิด โดยเฉพาะเหรียญและรูปหล่อหลวงปู่ แทบทุกรุ่นมีผู้ขอเช่าไปเป็นจำนวนมาก โดยนายประเสริฐ ปิยะชาติ อายุ 78 ปี หนึ่งในคณะกรรมการแผนกจำหน่ายวัตถุมงคลของวัด เปิดเผยว่าหลังจากข่าวหลวงปู่มรณภาพแพร่สะพัดออกทั่วไป มีประชาชนจากจังหวัดต่างๆ เดินทางมาขอเช่าวัตถุมงคลตลอดทั้งวัน ทำให้ยอดเช่าบูชาเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งบางรายบอกว่าต้องรีบมาเช่าวัตถุมงคลไปบูชา เพราะเกรงจะหมดเสียก่อน

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ปีที่ 56 ฉบับที่ 17317 วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน 2548
http://www.thairath.co.th/thairath1/2548/page1/jun/20/p1_7.php

ผู้ตอบ :  สมาชิก5 [20.6.2548 | 08:09]

 

 
5  



หลวงปู่สมชายแห่งวัดเขาสุกิม"มรณภาพ"แล้ว

เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งฝั่งทะเลภาคตะวันออก “พระวิสุทธิญาณเถร” หรือ “หลวงพ่อสมชาย ฐิตวิริโย” ประธานสงฆ์วัดเขาสุกิม มรณภาพแล้ว หลังจากเข้ารักษาอาการอาพาตหลายโรคที่ห้องไอซียู รพ.วิชัยยุทธ รวมสิริอายุ 80 ปี 60 พรรษา เป็นลูกศิษย์ของ “หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต” และ “หลวงปู่ฝั้น จาโร” เกจิสายวิปัสสนาชื่อดังของอีสาน ออกธุดงค์จาริกแสวงบุญไปยังเมืองจันท์สร้างวัดเขาสุกิมแล้วพัฒนาจนเจริญรุ่งเรืองมาจนปัจจุบัน ลูกศิษย์ลูกหานำศพตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทร์ฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานหีบทองทึบ น้ำหลวงอาบศพ และทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์เป็นเวลา 3 วัน นับเป็นเกจิอาจารย์ดังรูปที่ 4 ที่มรณภาพภายในในช่วง 1 เดือนนี้

เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งฝั่งทะเลภาคตะวันออกมรณภาพครั้งนี้ถูกเปิดเผยขึ้น เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 มิ.ย. ที่ รพ.วิชัยยุทธ พระอาจารย์สายกรรมฐานชื่อดังคือ พระวิสุทธิ ญาณเถร หรือหลวงพ่อสมชาย ฐิตวิริโย ประธานสงฆ์วัดเขาสุกิม ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ได้มรณภาพลงจากโรคหัวใจล้มเหลว ไตวาย น้ำท่วมปอด และเบาหวาน หลังจากอาพาธมานานหลายปี โดยลูกศิษย์ลูกหาได้นำหลวงพ่อสมชาย เข้ารักษาตัวที่ รพ.วิชัยยุทธ ตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา จนกระทั่งหลวงพ่อสมชายมรณภาพ ลงอย่างสงบเมื่อเวลา 10.40 น. วันเดียวกันนี้ ที่ห้องไอซียู ชั้น 7 ของโรงพยาบาล รวมสิริอายุ 80 ปี 60 พรรษา

ต่อมาในเวลา 11.00 น. ของวันเดียวกัน คณะแพทย์พร้อมด้วยศิษยานุศิษย์ได้เคลื่อนศพของหลวงพ่อสมชายออกจากห้องไอซียูไปที่ห้อง 1616 ชั้น 16 ซึ่งเป็นห้องที่หลวงพ่อนอนรักษาตัวมาตลอดก่อนที่จะถูกนำเข้าห้องไอซียูเพื่อจัดแจงแต่งกายห่มจีวร จากนั้นจึงเปิดให้ลูกศิษย์ลูกหาและผู้ที่เคารพนับถือที่ทราบข่าวเดินทางมายังโรงพยาบาลกว่า 300 คน เข้านมัสการกราบไหว้ศพ

นายอิสระ เลิศภากรณ์ ลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดของหลวงพ่อสมชาย เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสำนักพระราชวัง ได้แจ้งมาให้ทราบว่า พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานหีบทองทึบสำหรับบรรจุศพ และน้ำหลวงอาบศพ พร้อมกับทรงรับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์เป็นเวลา 3 วัน โดยในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ เวลา 11.00 น. จะเคลื่อนศพหลวงพ่อไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาส ศาลาเดียวกับที่บำเพ็ญกุศลศพ พระสุธรรมคณาจารย์ หรือหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ เจ้าอาวาสวัดอรัญบรรพต อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย จะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพในเวลา 14.00 น. และจะทำพิธีสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 7 วัน ก่อนที่จะเคลื่อนศพกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี

สำหรับ พระวิสุทธิญาณเถร หรือหลวงพ่อสมชาย ฐิตวิริโย ประธานสงฆ์วัดเขาสุกิม เดิมชื่อ สมชาย มติยาภักดิ์ เกิดเมื่อตอนเที่ยงวันอังคารที่ 7 เม.ย. 2468 ที่หมู่บ้านเหล่างิ้ว ตำบลและอำเภอจังหาร จ.ร้อยเอ็ด เป็นบุตรของ นายสอน กับนางบุญ มติยาภักดิ์ อุปสมบทเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2489 ณ พัทธสีมา วัดศรีโพนเมือง อ.เมือง จ.สกลนคร โดยหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เกจิอาจารย์ชื่อดังสายกรรมฐานมอบผ้าสังฆาฏิ 11 ขันธ์ ให้หนึ่งผืน พร้อมช้อนส้อมทองเหลือง 1 คู่ ร่วมในพิธีอุปสมบท โดยมีท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ (ฐม พนฺธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงปู่บุญมา จิรปุญโญ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ แล้วจำพรรษาที่วัดป่าภูธรพิทักษ์ (วัดพระธาตุนาเวง) อ.เมือง จ.สกลนคร ที่มีหลวงปู่ฝั้น อาจาโร เป็นเจ้าอาวาสในสมัยนั้น

จากนั้นได้ออกธุดงค์จาริกแสวงบุญพร้อมด้วยพระภิกษุและสามเณรอีก 9 รูป จนกลางปี 2504 ได้จาริกธุดงค์ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดเนินดินแดง ต.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี และได้นำชาวบ้านพัฒนาวัดเนินดินแดงจนวัดเจริญขึ้นเป็นลำดับ กระทั่งชาวบ้านที่หมู่บ้านคลองกระต่อย ปัจจุบันเป็นบ้านเขาสุกิม ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ ได้นิมนต์หลวงพ่อสมชาย พร้อมกับพระอีก 3 รูปและสามเณร 2 รูป ให้ขึ้นไปบำเพ็ญปฏิบัติธรรมบนเขาสุกิม อันเป็นสถานที่สงบและมีธรรมชาติงดงาม

ภายหลังมีพระเณรและอุบาสกอุบาสิกาพากันขึ้นไปนั่งวิปัสสนากรรมฐานปฏิบัติธรรมบนเขาสุกิมเป็นจำนวนมาก ในปี 2509 หลวงพ่อสมชายจึงร่วมกับชาวบ้านสร้างวัดเขาสุกิมขึ้นมาและพัฒนาเจริญขึ้นเรื่อย ๆ จนมีทั้งโรงเรียน และ โรงพยาบาลวัดเขาสุกิม และเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2520 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ไปยังวัดเขาสุกิม ทรง ประกอบพิธีเททองหล่อพระประธาน พระอัครสาวกทั้งสองและพระอานนท์ หลังจากนั้นวันที่ 5 ส.ค.ปีเดียวกัน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินมา ทรงทอดผ้าป่าที่วัดเขาสุกิมด้วย

ปัจจุบันวัดเขาสุกิมมี พระวิสุทธิญาณเถร หรือพระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย เป็นประธานสงฆ์ มีพระญาณวิลาศ (บุญ สิริปุญโญ) เป็นเจ้าอาวาส และต่อมา พระวิสุทธิญาณเถร หรือพระอาจารย์สมชาย เข้าสู่วัยชราภาพ ได้อาพาธหลายโรคเข้ารักษาตัวที่ รพ.วิชัยยุทธ มาตลอดเป็นเวลาหลายปี ล่าสุดเข้ารักษาตัวเมื่อต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งมรณภาพอย่างสงบ รวมสิริอายุได้ 80 ปี 60 พรรษา

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ช่วงระยะ 1 เดือนที่ผ่านมา ได้มีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังมรณ ภาพไปทั้งหมด 4 รูปแล้ว คือ หลวงพ่อพูล เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม มรณภาพเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่พระสุธรรมคณาจารย์ หรือหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ เจ้าอาวาสวัดอรัญบรรพต ต.บ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย มรณภาพเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. วันเดียวกับ พระครูคง คนครพิทักษ์ หรือหลวงปู่คง ฐิติปัญโญ เจ้าอาวาสวัดตะคร้อ ต.เมืองคง อ.คง จ.นครราช สีมา และล่าสุด พระวิสุทธิญาณเถร หรือพระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย หรือหลวงพ่อสมชาย ประธานสงฆ์วัดเขาสุกิม ซึ่งหลวงปู่เหรียญ และหลวงพ่อสมชาย เป็นพระสายวิปัสสนากรรมฐานลูกศิษย์ของ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต และหลวงปู่ฝั้น อาจาโร เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคอีสานเช่นเดียวกัน.

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
http://www.dailynews.co.th/social/each.asp?newsid=56928

ผู้ตอบ :  สมาชิก5 [20.6.2548 | 08:22]

 

 
6  

อาลัย อย่ายิ่ง หลวงปู่ สู่นิพพาน

ผู้ตอบ :  ณรงค์ศักดิ์ [26.12.2549 | 15:30]

 

 
7  

สาธุ สาธุ สาธุ

ผู้ตอบ :  นิตยา [8.3.2553 | 17:23]

 

 
8  

สาะขอน้อมว่งองค์หลวงปู่สู่แดนพระนิพพาน ธรรมใดที่หลวงปู่ได้รู้เห็นขอให้ลูกมีส่วนในธรรมนั้นด้วยเถิดเจ้าคะ

ผู้ตอบ :  boonyawee [10.1.2554 | 11:09]

 

 
9  

อาลัยยิ่ง ให้หลวงปู สู้นิพพาน

ผู้ตอบ :  วิระศักดิ์ [16.4.2554 | 08:54]

 

 
10  

ขอให้หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย เข้าสู่นิพพาน สาธุ สาธุ

ผู้ตอบ :  ประดิษฐ์ [17.4.2555 | 15:58]

 


 
หมายเหตุ : สมัครเป็นสมาชิก จึงจะทำการโพสต์รูปภาพได้ ด้วยการ login เข้าสู่ระบบ

-:- ข้อตกลงการใช้กระดานวัดป่ากรรมฐาน -:-

1. ผู้ใช้กระดานสนทนาต้องสมัครเป็นสมาชิก และผ่านการตรวจสอบใบสมัครสมาชิกเสียก่อน จึงจะแสดงความคิดเห็นได้อิสระ
2. หากผู้แสดงความคิดเห็นที่ไม่เป็นสมาชิก ข้อความจะยังไม่ปรากฏทันที ต้องผ่านการตรวจสอบจากทีมงานก่อนนำขึ้นแสดง
3. สมาชิกต้อง login เข้าระบบก่อนตั้งกระทู้หรือแสดงความคิดเห็น ข้อความจะถูกส่งขึ้นระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อการแลกเปลี่ยนโดยอิสระ
4. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
5. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
6. ทีมงานวัดป่าขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น หรือระงับการเป็นสมาชิก โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
 

           
  ข้อความ :   *
ชื่อผู้ตอบ :   *  




 

* ข้อมูลที่จำเป็นต้องกรอก