เว็บไซต์วัดป่า ขอเชิญร่วมทำบุญกฐินวัดป่ากรรมฐาน ประจำปี ๒๕๕๗  (๕๐-๖๐ วัด)  คลิปอ่านรายละเอียดที่นี่ 

 
 
เหตุแห่งความเสื่อมของพระภิกษุ สามเณร สายวัดป่าปฏิบัติ

 

เหตุแห่งความเสื่อมของพระภิกษุ สามเณร สายวัดป่าปฏิบัติ
ที่ยังไม่เป็น พระอเสขบุคคล ขอให้ครูบาอาจารย์เข้มงวด
๑. ชอบมีโทรศัพท์มือถือ
๒. ชอบอ่านหนังสือพิมพ์
๓. ชอบมีซาวเบ้าท์ ซีดี ไว้ฟังเพลง อ้างว่าไว้ฟังธรรมะ
๔. มีคอมพิวเตอร์อ้างว่าใช้ทำงาน แต่กลับไปใช้ในสิ่งที่สกปรก ดูหนัง , ฟังเพลง , เล่นเกมส์ , ต่ออินเตอร์เน็ต , สื่อลามกต่างๆ
๕. ชอบคบเพื่อนที่ย่อหย่อนต่อพระธรรมวินัย
๖. ไม่ชอบไปฝึกปฏิบัติวัดที่มีครูบาอาจารย์เคร่งครัด อยู่กับท่านได้ไม่นานก็หลบหนี กลัวครูบาอาจารย์จนไม่กล้าเข้าใกล้
๗. ไม่ชอบทำข้อวัตรปฏิบัติ , กิจวัตร , ทำวัตรสวดมนต์ เดินจงกรม นั่งสมาธิ
๘. วันหนึ่ง ๆ ชอบไปคุยกับคนโน้นคนนี้ ไม่ได้คุยก็ทนไม่ได้
๙. ชอบพูดคุย เมตตาสอนธรรมะ เป็นพิเศษกับผู้หญิง แน่นหน้าอกมากๆ เข้าก็โทรศัพท์ไปสอน
๑๐. ไม่ยอมแก้ไขนิสัยของตัวเอง เป็นอย่างไรก็อยู่อย่างนั้น
๑๑. มีมารยาสาไถย บอกว่าจะไปที่นั่นแต่กลับไปที่โน่น ไปที่ไหนไม่บอกลาครูบาอาจารย์
๑๒. ฉันอิ่มแล้วชอบไปเที่ยวที่โน่นที่นี่ ถ้าไม่ได้ไปสมองมันจะระเบิด อกมันจะแตกตาย
๑๓. ทำงานแต่งานภายนอก ชอบทำงานมากกว่าภาวนา
๑๔. งานภายนอกก็ไม่ทำ การภาวนาก็ไม่ทำ ฉันแล้วนอน
๑๕. ชอบตีสนิทกับโยมที่รวยๆ เพื่อขอของ หรือ ขอปัจจัย


ผู้ส่ง : สมศรี
[2.8.2548 | 22:59]

 




 
1  

ดูจากมูลเหตุแห่งความเสื่อมที่คุณสมศรีที่ยกขึ้นมานี้ ขอเดาว่าคุณสมศรีคงอาจจะเคยบวชเป็นพระป่ามาก่อน หรือไม่ก็มีโอกาสได้สัมพัสใกล้ชิดกับพระป่ามาก่อนเป็นแน่เลยครับ จึงกล่าวได้เหมาะเจาะสมเหตุแก่ปัจจุบันการเสียจริงๆ
อย่างไรเสียถ้าจะกล่าวถึงบรรดาพระป่าลูกวัดที่เริ่มจะแตกแถวแหวกแนวออกไปทางโลกๆก็เป็นแค่เพียงส่วนน้อยเท่านั้น พระป่าโดยมากแล้วยังคงตั้งใจปฏิบัติธรรมภาวนาเจริญรอยตามพ่อแม่ครูบาอาจารย์ เพราะท่านเหล่านี้ไม่แสดงตนและไม่ชอบคลุกคลีกับฆราวาส
อย่างไรก็ตามข้อเหตุของคุณสมศรีนี้ก็ดูจะเป็นข้อเตือนที่ดี ที่ฆราวาสพุทธบริษัท4อย่างเราๆควรจะรับทราบใว้บ้าง

ผู้ตอบ :  สุรสิทธิ์ [3.8.2548 | 07:40]

 

 
2  

คุณสุรสิทธิ์
พระป่าสายปฏิบัติ(จริงๆแล้ว) ท่านจะไม่คลุกคลีกับญาติโยม ฉันเช้าเสร็จ เมื่อทำข้อวัตรกิจวัตร ล้างบาตร ปัดกวาดที่ฉัน จะรีบกลับกุฏิ ไปเดินจงกรม, สลับกับนั่งสมาธิ จะไม่ไป ติดต่อกับโยมคนนั้นคนนี้ สนใจแต่เรื่องจิตใจของตัวเอง ว่าทำอย่างไรจิตใจเราจะห่างจากอารมณ์ภายนอก ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ปรุงแต่ง มีแต่สงบเสียเป็นส่วนมาก อยู่กับสติ มีสติกำกับอยู่ตลอด

พระป่าปลอม จะชอบติดต่อกับญาติโยม ชอบคลุกคลีกับบุคคล และการงาน จึงทำให้จิตใจเหินห่างจากสมาธิ มีแค่ความคิดนึกปรุงแต่งเข้ามาแทนที่ จิตใจจึงเสื่อมจากสมาธิ จาก ความสงบ

วัดป่าบางแห่งในพรรษาจะบังคับให้พระเณรถือธุดงควัตรข้อ 7 ขลุปัจฉาภัตติกังคะ ถือห้ามภัตที่ตามมาส่งทีหลัง เวลาไปวัดป่าแก้วชุมพล หรือวัดอื่น ๆ จะเห็นท่านสร้างศาลาไว้ตรงประตูทางเข้าวัด เพื่อให้ญาติโยมมารอใส่บาตรอยู่ที่นั่น เพราะธุดงค์ข้อนี้ เมื่อเข้า เขตวัดไปแล้วจะรับภัตตาหารอีกไม่ได้ นอกจากนั้น จะไม่รับนิมนต์ญาติโยมเพื่อฉันอีกด้วย
แต่เวลามีญาติโยมที่อยู่ในบ้านใกล้วัดตายลงไป จะรับนิมนต์ไปสวดมาติกา บังสุกุล และสวดปริตมงคลตอนเย็นที่บ้านเจ้าภาพอีกด้วย แต่ไม่รับนิมนต์เพื่อฉัน

เวลาเราเข้าไปในวัดตอนกลางวันจะเห็นบรรยากาศเงียบสงบ เพราะพระ เณร ในพรรษาหรือนอกพรรษาจะไม่ออกมาเดินเพ่นพ่าน มีแต่หลบอยู่ในป่า อยู่ในกุฏิ ยิ่งถ้าเป็นวัดอยู่ในเขา สถานที่หลบทำสมาธิภาวนามีเยอะมาก

ที่วัดถ้ำขาม สมัยหลวงปู่ฝั้น อาจาโร ไปสร้างตอนแรก ๆ ในพรรษากลางคืน ถ้าฝนไม่ตก ท่านจะเอามุ้งกลดลงมากลางที่ต้นจำปา(ลั่นทม) ตรงพลาญหินหลังถ้ำ เพื่อเดินนั่งสมาธิ สลับกับเดินจงกรมบ้าง แต่บรรยากาศที่หลังถ้ำขาม จะอากาศดีในตอนกลางคืน มีลมพัดผ่านอากาศถ่ายเทสะดวก จึงเหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนายิ่งนัก

ผู้ตอบ :  ตันนี่ [3.8.2548 | 10:19]

 

 
3  


ขอความกรุณาอย่าเหมารวม คำว่า " วัดป่า " น๊ะครับ ไม่เหมาะสมครับ

ยังมี พระป่า อีกเป็นจำนวนมาก ที่ยังปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบครับ ขอร้อง อย่าเหมารวม

ถ้ามีคนพูดว่า ผู้ชายทั้งโลกเลว หรือผู้หญิงทั้งโลก ชั่ว แบบนี้ยุติธรรมหรือไม่

ใช้วิจารณญาณในการลงข้อความด้วยครับ

ขอบคุณครับ

ผู้ตอบ :  2 [3.8.2548 | 11:19]

 

 
4  

การสืบทอดและเผยแผ่พุทธศาสนาในสมัยของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน แค่เพียง ๕,๐๐๐ ปีเท่านั้นก็จะถึงกาลเสื่อมหายไป แต่หลักธรรมยังคงอยู่ไม่มีวันเสื่อม พระพุทธเจ้าองค์ต่อๆไปก็ต้องใช้หลักธรรมเดิมๆ คือกฏแห่งไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ฉะนั้น เหตุแห่งความเสื่อมจึงไม่เกี่ยวกับหลักธรรมคำสอน

การประกาศพระศาสนาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังต้องถึงกาล
คำสอนของครูบาอาจารย์พระป่ากรรมฐานก็คงไม่ต่างกัน

ฉะนั้น พวกเราควรพากันยึดที่หลักธรรมหลักใจของครูบาอาจารย์แล้วรีบเร่งปฏิบัติด้วยความพากเพียร จนกระทั่งสำเร็จผล ก็จะนับว่าพวกเราได้สืบทอดงานพระพุทธศาสนาได้อย่างเห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุด


ผู้ตอบ :  สมาชิก19 [3.8.2548 | 15:34]

 

 
5  

ข้อความที่คุณสมศรีกล่าวมาทั้งหมด เป็นข้อความที่ครูบาอาจารย์ท่านถ่ายเอกสารแจกญาติโยม ผมก็ได้รับมาใบหนึ่งจากท่านพระอาจารย์ใหญ่หลวงพ่อกัญหา สุขกาโม ซึ่งปีนี้ท่านปวารนาจำพรรษาที่วัดบ้านแก่ง (วัดป่าปทีปราม) อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์

ผมก็ไม่ได้เรียนถามท่านว่าท่านบัญญัติเอง หรือครูบาอาจารย์ท่านใดบัญญัติไว้แล้วเผยแพร่ต่อในหมู่กรรมฐาน แต่พิจารณาแล้วเล็งเห็นประโยชน์สองนัยคือ สอนพระโดยตรง และเตือนโยมโดยอ้อม

ในส่วนของเราที่เป็นโยมบางทีเราไม่ได้คิดให้รอบคอบว่าของที่เราตั้งใจถวายนั้นแม้หวังเพื่อความสดวกสบายต่อพระผู้ตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก็จริง แต่ก็เป็นอุปสรรคต่อมรรคเหมือนกัน คือเป็นเครื่องบำรุงกิเลสไป(เฉพาะผู้ที่ยังไม่ได้เป็นอเสขบุคคล)

ครูบาอาจารย์ท่านห้ามก็เพราะท่านเมตตาพระลูกพระหลาน(ยืมคำหลวงตาบัวมาใช้) ซึ่งเป็นผู้ที่ตั้งใจบวชเพื่อมรรคผล การปฏิบัติท่านได้ผ่านมาหมดแล้ว ต่างเอาชีวิตเข้าแลก เหลือตายแล้วจึงได้ธรรมเป็นเครื่องอยู่ เมื่อท่านได้พิจารณาแล้วว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องขัดขวางการปฏิบัติ เราท่านทั้งหลายก็ควรเข้าใจตามนี้และระมัดระวังตัวเราเองไม่ไห้เป็นอุปสรรคขัดขวางท่านโดยไม่รู้ตัว ครับ

ผู้ตอบ :  วิษณุ [3.8.2548 | 17:33]

 

 
6  

คำว่า อเสขบุคคล นั้นหมายถึงพระอรหันต์ ข้อควรงดเว้นตามที่ คุณ สมศรีอ้างมานั้น เห็นควรและ เหมาะสมกับผู้ที่กำลังทำความเพียร จะได้ไม่มีเคื่องกีดขวางเพิ่ม ขึ้น

ผู้ตอบ :  นพเก้า [3.8.2548 | 21:18]

 

 
7  

สนับสนุนเหตุแห่งความเสื่อมฯ นี้ด้วย
ด้วยประสบการณ์แล้วเป็นอย่างนั้นจริงๆ และก็เริ่มเยอะด้วย
เหมือนกับเป็นเชื้อร้ายของพระป่าที่ค่อยๆ ลุกลามขยายกว้างมากขึ้น

บทความนี้ไม่ได้ให้ร้ายใคร หรือทำให้วงการพระป่าเสียหาย
แต่เป็นเรื่องที่ดีมากที่จะบอกกล่าวให้ทราบกัน และค่อยหาวิธีแก้ไข
บางท่านบางคนที่เข้ามาอ่านในที่นี่ สักวันหนึ่งท่านอาจจะมีโอกาสได้
บวชเข้าไปอาศัยอยู่ในวัดป่า ก็จะทำอันตราย หรือเหตุแห่งความเสื่อมนี้ไว้
เพื่อระวังป้องกันไม่ชีวิตของการบวชของท่านหลงเข้าไปสู่ความเสื่อมเหล่านี้

....

ผู้ตอบ :  โอม [7.8.2548 | 00:34]

 

 
8  

เห็นด้วยกับคุณโอมครับ
ผมว่าน่าจะนำข้อความข้างบนนี้ไปแปะใว้ที่ข้างฝาศาลาวัด ใว้ให้พระเณรได้เป็นคติธรรมกันบ้างก็ดีนะครับ

ผู้ตอบ :  วิโรจน์ [7.8.2548 | 08:28]

 

 
9  

เราดีเเค่ไหนถึงกล้าไปติพระ ไม่เห็นด้วย กับคนที่คิดว่าตัวเองเก่ง เเล้วเที่ยวติคนอื่น ไม่ใช่วิสัยนักปฏิบัติ

ผู้ตอบ :  ผ่านมา [7.8.2548 | 18:49]

 

 
10  

ขอสนับสนุนบัญญัติ 15 ประการด้วยคน

ผู้ตอบ :  ชูชัย [7.8.2548 | 20:52]

 

 
11  

คิดให้เป็นธรรมซิท่านทั้งหลาย บอกแล้วว่าข้อความเหล่านี้คุณสมศรีหรือโยมคนไหนไม่ได้คิดเอง แต่งเอง ไม่บังอาจไปสอนพระหรอก แต่พระท่านให้เรามา ผมก็ไม่รู้ว่าคุณสมศรีได้มาอย่างไร แต่ที่แน่ ๆ ผมก็ได้มาใบหนึ่งจากมือท่านพระอาจารย์กัญหา สุขกาโม โดยตรงเมื่อวันถัดเข้าพรรษาที่ผ่านมา ในส่วนของพระท่านก็ต้องสอนไปเป็นหน้าที่ของท่านซึ่งเป็นครูบาอาจารย์โดยตรง ส่วนที่ท่านแจกเราแสดงว่าท่านต้องการสอนเราด้วยมิใช่หรือ ยกตัวอย่างหลวงตาบัวกล่าวกับญาติโยมว่าหลวงปู่เจี๊ยนี้เป็นผ้าขี้ริ้วห่อทอง กิริยาภายนอกของท่านเป็นอย่างนั้นเองเนื้อในแท้แล้วท่านบริสุทธิ์ แล้วทีนี้โยมก็เอามาเล่าถวายหลวงปู่เจี๊ยทีหลัง พอท่านได้ยินท่านก็สวนเลยเหมือนกันว่า ท่าน(หลวงตามหาบัว)ตั้งใจสอนโยม ไม่ใช่สอนอาตมา (ผมคิดเอาเองว่า อาจเพราะว่ามีญาติโยมส่วนหนึ่งมีความลังเลสงสัยในองค์หลวงปู่เจี๊ย หลวงตาท่านเมตตากลัวโยมจะตกนรกเลยกล่าวยกย่องท่าน) กรณีนี้ก็เช่นเดียวกันที่คุณสมศรีเอามาเผยแพร่นี้เราก็ควรพิจารณาให้เป็นธรรม เลือกเอาเฉพาะส่วนที่เตือนตัวเรา เช่นการถวายของต่างๆ ให้พิจารณาว่าจะเป็นเครื่องขัดขวางมรรคหรือไม่ ส่วนข้ออื่นๆ ที่เป็นการสอนพระเราก็อย่าเอามาเป็นประเด็นเถียงกันเลย ผู้ใดคิดจะเอาไปแปะวัดไหนก็ยังไม่ต้องก่อนเพราะเราไม่ได้มีหน้าที่ตรงนั้น ทุก ๆ วัดท่านมีครูบาอจารย์เป็นหลักอยู่แล้ว อย่างมากก็เอาไปถวายครูบาอาจารย์โดยตรงถ้าท่านพิจารณาแล้วว่ามีประโยชน์ท่านก็จัดการของท่านเอง ขอย้ำว่าที่ท่านเมตตาแจกโยมน่าจะเป็นการเจตนาสอนโยมมากกว่าว่าควรปฏิบัติต่อพระให้ถูก ไม่ให้ให้เราย้อนเอาไปสอนพระอีกที

พิจารณาเอากันเด้อ

ผู้ตอบ :  วิษณุ [8.8.2548 | 09:34]

 

 
12  

จะเป็นของใคร หรือ อย่างไร ผมคิดว่าไม่สำคัญ แต่ สำคัญ ที่ว่า เมื่อเป็นหนทางสู่มรรคผล พระนิพาน ก็ควรเร่งรีบประพฤติปฏิบัติ ไม่ควรนำมาโต้เถียงกัน .

ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

เจริญธรรม

ผู้ตอบ :  สุข [8.8.2548 | 23:20]

 

 
13  

ข้อความดีมาก...ตอนนี้มีพระองหนึ่งอยู่ทางจ.หนองบัวลำภู มีครบเกือบทุกข้อแต่จะขาดอยู่ก็ข้อสี่ แต่จะใช้ซีดีแทน ชอบอ้างตัวว่ารู้จักกับข้าราชการชั้นใหญ่ๆโตๆด้วยเพื่ออวดกับศรัทธาที่เขามาทำบุญขันอาสาจะช่วยทุกเรื่องตั้งแต่ย้ายที่ทำงาน เข้าทำงาน เลื่อนขั้น ฯลฯ
และชอบเอาครูบาอาจารย์มาขายกินด้วย อาทิรูปเหมือนหลวงตามหาบัว น่าสลดใจมากฉากหน้าแหมดีมากๆ ที่พูดอย่างนี้เพราะไม่อยากให้ทุกคนมองพระผิดหนะ องค์ที่ดีๆก็มีอีกมาก จงใช้ความพิจารณาเอาเอง แต่อย่าเพิ่งเชื่อนะ ศาสนาพุทธต้องพิสูจน์รู้แจ้งกับตัวเองค่อยเชื่อ สำหรับเรื่องพระองค์นี้มีอีกมากมายวันหลังจะเล่าให้ฟังนะ

ผู้ตอบ :  ญาดา [28.10.2548 | 14:58]

 

 
14  

มีมูลเหตุอยู่บ้างครับ

ผู้ตอบ :  arkom [25.8.2550 | 21:04]

 

 
15  

ขอขอบคุณนะที่ตำหนิพระ เพราะทุกวันนี้ พระน่าตำหนิมากที่สุด เพราะเห็นเป็นเช่นนั้นจริงๆ อย่าว่าพระดีก็มีมากเลย ควรจะบอกว่าพระดีมีนิดเดียว พระไม่ดีมีมากกว่า เพราะถ้าพระดีมีมากกว่า พระพุทธศาสนาของเราคงไม่เป็นเช่นนี้

ผู้ตอบ :  panoom [23.7.2555 | 10:32]

 


 
หมายเหตุ : สมัครเป็นสมาชิก จึงจะทำการโพสต์รูปภาพได้ ด้วยการ login เข้าสู่ระบบ

-:- ข้อตกลงการใช้กระดานวัดป่ากรรมฐาน -:-

1. ผู้ใช้กระดานสนทนาต้องสมัครเป็นสมาชิก และผ่านการตรวจสอบใบสมัครสมาชิกเสียก่อน จึงจะแสดงความคิดเห็นได้อิสระ
2. หากผู้แสดงความคิดเห็นที่ไม่เป็นสมาชิก ข้อความจะยังไม่ปรากฏทันที ต้องผ่านการตรวจสอบจากทีมงานก่อนนำขึ้นแสดง
3. สมาชิกต้อง login เข้าระบบก่อนตั้งกระทู้หรือแสดงความคิดเห็น ข้อความจะถูกส่งขึ้นระบบโดยอัตโนมัติ เพื่อการแลกเปลี่ยนโดยอิสระ
4. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
5. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
6. ทีมงานวัดป่าขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น หรือระงับการเป็นสมาชิก โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
 

           
  ข้อความ :   *
ชื่อผู้ตอบ :   *  




 

* ข้อมูลที่จำเป็นต้องกรอก