


หลวงปู่หลอด ปโมทิโต
เจ้าอาวาสวัดใหม่เสนานิคม มรณภาพแล้ว เวลาประมาณบ่ายโมงวันที่ 7 กรกฏาคม 2552
ณ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ สามเสน กรุงเทพฯ
..........................................

กำหนดการ
พิธีพระราชทานสรงน้ำศพพระครูปราโมทย์ธรรมธาดา
(หลวงปู่หลอด ปโมทิโต)
วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๒
ณ วัดสิริกมาลาวาส ถนนลาดพร้าววังหิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ
วันพฤหัสบดีที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๒ (แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘)
เวลา ๑๓.๓๙ เคลื่อนศพออกจาก รพ.วิชัยยุทธ
เวลา ๑๔.๐๐ เปิดโอกาสให้พระภิกษุ - สามเณร ,ประชาชน สรงน้ำศพ
พระครูปราโมทย์ธรรมธาดา (หลวงปู่หลอด ปโมทิโต)
เวลา ๑๘.๓๐ พิธีพระราชทานน้ำสรงศพจากสำนักพระราชวัง
เวลา ๑๙.๐๐ สวดพระอภิธรรม เป็นอันเสร็จพิธี
ติดต่อสำนักงานวัด ฯ โทร 02-942-3258
วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา หลวงปู่หลอด ปโมทิโต อายุ 94 ปี เจ้าอาวาสวัดสิริกมลาวาส หรือวัดใหม่เสนา ย่านวังหิน แขวง-เขตลาดพร้าว กทม. เกจิชื่อดังย่านลาดพร้าว ได้มรณภาพลงที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลวิชัยยุทธ หลังเข้ารับการรักษาอาการอาพาธหลายโรครุมเร้า ที่โรงพยาบาลนาน 4 ปี อย่างสงบ และจะนำศพออกจากโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดใหม่เสนา เวลา 13.39 น.วันที่ 9 ก.ค.นี้ เพื่อให้ศิษยานุศิษย์และญาติโยมรดน้ำศพ ก่อนประชุมคณะกรรมการวัดและพระผู้ใหญ่ เพื่อขอพระราชทานเพลิงศพ หลังจากออกพรรษานี้
สำหรับประวัติหลวงปู่หลอด เกิดเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2458 ณ บ้านขาม ต.หัวนา อ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี ปัจจุบันอายุ 94 ปี บวชมา 72 พรรษาชื่อเดิม หลอด ขุริมน บิดาชื่อนายบัวสา มารดาชื่อนางแหล้ หรือแร่ เป็นน้องคนสุดท้องจากพี่น้องทั้งหมด 3 คน ซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งคู่ปัจจุบันเสียชีวิตไปทั้งหมด นอกจากนี้หลวงปู่หลอดยังเป็นศิษย์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ วัดสุทธาวาส ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร และเป็นเพื่อนกับหลวงปู่เหรียญ วรลาโภ วัดอรัญญบรรพต ต.บ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย
หลวงปู่หลอด ท่านเป็นพระภาวนาจารย์ในสาย หลวงปู่มั่น ท่านเดิมจำพรรษาอยู่ที่ วัดสิริกมลาวาส หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า วัดใหม่เสนานิคม ตั้งแต่เด็กๆ ที่บ้านก็มักจะไปทำบุญใส่บาตรที่วัดของท่านเป็นประจำ แล้วก็รอรับพรจากพระ จากนั้นก็ทานข้าวก้นบาตรกัน ท่านใจดีมาก ตอนที่ยังแข็งแรง ท่านมักจะให้พรแล้วพรมน้ำมนต์ให้แก่ผูที่ไปกราบนมัสก ารท่านเป็นประจำ ก่อนที่ท่านจะอาพาธหนักจนต้องไปอยู่ที่โรงพยาบาลวิชั ยยุทธ์ ก็ยังได้มีโอกาสไปถวายอาหารเพลให้ท่านอยู่เลย ท่านก็ยังใช้ปั้มป์แรงดันขนาดเล็กพรมน้ำมนต์ให้หลังจ ากให้พรแล้ว พอท่านต้องเข้าโรงพยาบาล ทราบข่าวแล้วก็ใจหายครับ วันนี้ขออนุญาตนำเสนอประวัติบางส่วนขอท่าน พร้อมกับวัตถุมงคลที่ท่านเมตตาอธิษฐานจิตให้ครับผม เริ่มด้วยประวัติของท่านเลยนะครับ
ประวัติย่อ
พระครูปราโมทย์ธรรมธาดา
(หลวงปู่หลอด ปโมทิโต)
พระเดชพระคุณหลวงปู่หลอด ปโมทิโต เกิด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ ณ บ้านขาม ต.หัวนา อ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี (ปัจจุบันคือ ต.บ้านขาม อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู เป็นบุตรคนที่ ๓ ของ คุณพ่อบัวลา ขุริมน และคุณแม่แหล้ (แร่) ขุริมน
บรรพชา เมื่อ อายุ ๑๘ ปี ณ วัดศรีบุญเรือง ต.หัวนา อ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี
อุปสมบท (มหานิกาย) วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๗๙ ณ วัดธาตุหันเทาว์ ต.หัวนา อ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี
อุปสมบท(ธรรมยุต) วันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๗๙ ณ วัดทุ่งสว่าง จ.หนองคาย โดยมีพระธรรมเจดีย์(จูม พันธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์
ได้รับฉายา ปโมทิโต หมายถึง ผู้มีความบันเทิง ผู้ปลื้มใจ ผู้มีใจอันเบิกบาน
อาจารย์กรรมฐานของท่านองค์ แรกคือ หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ วัดหนองบัวบาน หนองวัวซอ อุดร แล้ว จึง ได้พบกับพระอาจารย์ มั่น หลวงปู่หลอด ปโมทิโต ได้อยู่ศึกษาและปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ในพรรษาที่ ๘ (พ.ศ. ๒๔๙๘) ซึ่งหลวงปู่ได้เล่าถึงการได้รับฟังโอวาทธรรมจากหลวงป ู่มั่นว่า "อาตมาเข้าไปกราบนมัสการหลวงปู่มั่นในปี พ.ศ. ๒๔๘๗ นั้น แต่ก่อนยังฟังเทศน์ไม่รู้เรื่อง อายตนะก็ยังไม่รู้จัก ราคะ โทสะ โมหะ เป็นอย่างไรไม่รู้เรื่อง เลยมืดแปดด้านไปหมด
หลวงปู่เล่าต่อไปอีกว่า "ในครั้งที่ไปพบหลวงปู่มั่นนั้น อาตมาได้รับอุบายธรรมต่าง ๆ เพิ่มขึ้นอีกมากมาย ทำให้สติปัญญาสว่างไสวมากขึ้น อาตมาไม่ได้กราบเรียนถามอะไรท่านมากนัก จะถามถึงนิพพาน เราก็ไม่ถึงอีก ถึงท่านพูดมา เราก็ไม่รู้เรื่องอีก ท่านบอกว่าปฏิบัติให้มากก็แล้วกัน จิตยังไม่สงบ ความสงบเรายังไม่มี พิจาณาอสุภะยังไม่เป็น
หลวงปู่มั่นท่านเทศน์ทุกคืนเกี่ยวกับกรรมฐาน ๕ ว่า อสุภะ เป็นศัตรูกับราคะ บางองค์มีนิสัยเร็วภาวนาได้ง่าย บางองค์ก็เล่าถวายหลวงปู่มั่นท่านฟังว่า ตนเองปฏิบัติแล้วเกิดแสงอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ตัวอาตมาเอง ภาวนาแล้วไม่เป็นอย่างเขา ท่านปู่มั่นท่านถามอาตมาว่า เป็นไหม ท่านหลอดเห็นบ้างไหมล่ะ
อาตมาก็กราบเรียนถามท่านไปตรง ๆ ว่า ยังไม่มีอะไรเลยขอรับ แจ้งก็ไม่แจ้ง สว่างก็ไม่สว่าง เย็นก็ไม่เย็น ร้อนก็ไม่ร้อน หลวงปู่มั่น ท่านจึงบอกว่า กรรมฐานหัวตอ
จากนั้นหลวงปู่มั่น ท่านจึงเทศน์ต่อไปว่า พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์สาวกแต่ละองค์ที่เสด็จปรินิ พพานผ่านไปแล้วจนประมาณการไม่ได้ก็ดี หรือประมาณการได้ก็ดี พระองค์กับสาวกท่านที่เสด็จผ่านไปไม่กี่พันปีก็ดี ล้วนอุบัติขึ้นเป็นพระพุทธเจ้าและเป็นพระอรหันต์จากก รรมฐานทั้งหลาย มีกรรมฐาน ๕ เป็นต้น ไม่มีแม้องค์เดียวที่ผ่านการตรัสรู้ธรรม โดยที่มิได้ผ่านกรรมฐานเลย
หลวงปู่มั่น ท่านอบรมสั่งสอนพระภิกษุสามเณรอยู่เสมอถึงเรื่องกรรม ฐาน ๕ และธุดงค์ ๑๓ เพราะท่านถือว่ามีความสำคัญมาก จะเรียกว่าเป็นเส้นชีวิตของพระธุดงค์กรรมฐาน ใครที่เข้าไปรับการฝึกฝนอบรมกับท่าน ท่านจะต้องสอนกรรมฐานและธุดงควัตรเสมอ ถ้าหน้าแล้ง ท่านมักจะสอนให้ไปรุกขมูลอยู่ตามร่มไม้เสมอ
ผู้ปฏิบัติต้องเป็นคนกล้าหาญอดทน คือ ทนต่อแดดต่อฝน ทนต่อความหิวโหย ทนต่อความทุกข์ทรมานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งกาย วาจา ใจ หลวงปู่มั่นกล่าวอบรมเป็นประจำ ทุกวันจนถึงเที่ยงคืนจึงเลิก จากนั้นแต่ละรูปก็จะแยกย้ายกันไปปฏิบัติทำความเพียรต ่อยังที่พักของตน"
เป็นอันว่าพรรษานี้ (พรรษาที่แปด ปี พ.ศ. ๒๔๘๗) หลวงปู่ก็ได้อยู่ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่มั่นและได้รับ ธรรมคำสั่งสอนของหลวงปู่มั่นชนิดที่เรียกว่า เป็นธรรมอันล้ำค่าเลยทีเดียว
บางส่วนจาก: ปโมทิตมหาเถรสักการะ
เนื่องในงานฉลองอายุ ครบรอบ ๘๙ ปี
๙ ธ.ค.๔๖
คลิกชมประมวลภาพ http://www.watpa.com/board_detail.asp?board_id=2558